บุกสุพรรณบุรี จับฮั๊วประมูล

Home / ข่าวทั่วไป / บุกสุพรรณบุรี จับฮั๊วประมูล

ดี เอสไอบุกสุพรรณบุรีจับฮั้วประมูลโครงการชลประทาน 63 ล้าน ส่งจนท.แฝงตัวเข้าไปร่วมประมูลด้วยกับรายอื่นๆ 30 บริษัทที่สำนักงานชลประทานจังหวัด แต่ถูกกลุ่มบุคคลขัดขวางและคุมเชิงทั่วบริเวณ ก่อนมาเสนอเงื่อนไขให้เงินแลกกับไม่ยื่นซอง ศาลอนุมัติหมายจับแล้ว 3 ราย เป็นบุคคลมีชื่อเสียงในพื้นที่ แต่ไม่ใช่คนในตระกูลนักการเมืองดัง

เมื่อ วันที่ 4 มิ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ แถลงผลจับกุมขบวนการฮั้วประมูลโครงการชลประทานสุพรรณบุรี ต.โพธิ์พระยา อ.เมือง จ.สุพรรณ บุรี ซึ่งจัดประกวดราคา 4 รายการ วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 63,019,000 บาท ประกอบด้วย 1.การจัดซื้อไม้เนื้ออ่อนแปรรูป วงเงินงบประมาณ 6,275,000 บาท 2.การจัดซื้อคอน กรีตผสมเสร็จชั้นคุณภาพ วงเงินงบประมาณ 19,952,000 บาท 3.การจัดซื้อเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตชนิดเหล็กเส้นข้ออ้อย วงเงินงบประ มาณ 18,191,000 บาท และ 4.การจัดซื้อเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงพร้อมตอก วงเงินงบประมาณ 18,601,000 บาท

พ. อ.ปิยะวัฒก์กล่าวอีกว่า ดีเอสไอแฝงตัวเข้าสืบสวนพฤติการณ์การฮั้วประมูลโครงการดังกล่าว พบว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สำนักงานชลประทานสุพรรณบุรี เปิดรับการเสนอเอกสารการประมูลผ่านวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีบริษัทห้างร้านเดินทางมาเพื่อยื่นเอกสารประกวดราคาประมาณ 20-30 บริษัท แต่ผู้ที่ต้องการยื่นซองประกวดราคาทุกราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่แฝงตัวเป็นผู้รับเหมาเอกชน กลับถูกกีดกันไม่ให้เข้ายื่นเอกสาร และได้รับการติดต่อจากกลุ่มบุคคล เพื่อมิให้ยื่นซองเอกสารการประมูล โดยบริษัทที่ตกลงไม่เข้าร่วมประกวดราคาจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทน

ด้าน นายธานินทร์ เปรมปรีด์ พนักงานสอบ สวนสำนักคดีอาญาพิเศษ เปิดเผยว่า ชุดสืบ สวนที่แฝงตัวเข้าไปพบว่าระหว่างที่สำนักงานชลประทานสุพรรณบุรีเปิดให้ยื่น ซองประกวดราคาจะสังเกตได้ว่า มีกลุ่มชายประมาณ 2-3 คน ยืนคุมอยู่บริเวณหน้าห้องยื่นเอกสาร และอีก 2-3 คนยืนคุมอยู่บริเวณโดยรอบสำนักงาน จากนั้นเมื่อถึงเวลาสิ้นสุดการยื่นซองเสนอราคาเวลา 16.00 น. กลุ่มบุคคลดังกล่าวเรียกตัวแทนบริษัทห้างร้านที่รออยู่มารับเงินค่าตอบแทน ที่ลานจอดรถ โดยจ่ายเงินให้ประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป ขึ้นกับจำนวนรายการเอกสารประกวดราคาแต่ละราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่แฝงตัวได้รับเงิน 45,000 บาท คาดว่าวงเงินที่นำมาจ่ายให้กับทุกบริษัทห้างร้านเพื่อตอบแทนที่ไม่ยื่น เอกสารประกวดราคามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,300,000 บาท

นายธานินทร์ กล่าวอีกว่า การกระทำของผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดแก่ผู้อื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจูงใจให้ผู้นั้นร่วมดำเนินการใดๆ อันเป็นการให้ประโยชน์ แก่ผู้หนึ่งผู้ใดไม่ร่วมเสนอราคา อันเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือฮั้วประมูล นอกจากนี้การสืบ สวนยังพบด้วยว่า การประกวดราคาโครงการดังกล่าว มีผู้ติดต่อเข้ารับแบบจำนวนมากเกือบ 100 ราย แต่กลับมีผู้ยื่นเอกสารประกวดราคาเพียง 3-4 รายเท่านั้น หากแข่งขันราคากันจริง จะทำให้รัฐประหยัดงบประมาณได้จำนวนมาก ล่าสุดศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการฮั้วประมูลดังกล่าว จำนวน 3 ราย และจับกุมตัวได้แล้ว 1 ราย

“ดีเอสไอยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อ ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้ เนื่องจากอาจทำให้ผู้ต้องหาที่ยังจับกุมตัวไม่ได้หลบหนี โดยเปิดเผยได้เพียงว่าผู้ต้องหาที่เหลือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้น ที่จ.สุพรรณบุรี แต่ไม่ใช่คนในตระกูลนักการเมืองระดับชาติ” นายธานินทร์กล่าว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด