ดร.โสภณ ยันติเตียนให้ระวัง หลังแสดงความเห็นคดีข่มขืนด.ญ.วัย13

Home / ข่าวทั่วไป / ดร.โสภณ ยันติเตียนให้ระวัง หลังแสดงความเห็นคดีข่มขืนด.ญ.วัย13

ดร.โสภณ พรโชคชัย โพสต์ชี้แจงภายหลังถูกสาวเน็ตถล่มเละหลังแสดงความเห็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญพนักงานรถไฟข่มขืนด.ญ.วัย13 ปี บอกเป็นการติเตียนสังคมให้พึงระวัง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ปัดว่าร้ายโทษครอบครัวผู้เสียหาย

หลังจากถูกถล่มอย่างหนักในโลกออนไลน์สำหรับ ดร.โสภณ พรโชคชัย หลังได้แสดงความเห็นและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีสะเทือนขวัญพนักงานรถไฟข่มขืนฆ่าด.ญ.วัย13 ปี โดยดร.โสภณ ได้ออกมาชี้แจงว่าการโพสต์ข้อความดังกล่าวลงไปเป็นการติเตียนสังคม ไม่ได้มีเจตนาว่าร้ายผู้เสียหายและครอบครัวแต่อย่างใด

โสภณ พรโชคชัย, น้องแก้ม, ข่มขืนบนรถไฟ, ข่มขืน

อรุณสวัสดิ์ครับ

มีคนด่าผมหยาบคาย ข่มขู่คุกคาม ทำลายผม เพียงผมแค่เตือนให้สังคมระวังตัวจากภัยสังคม กลับบิดเบือนเป็นอื่น ทำอย่างกับผมเป็นฆาตกร ลองอ่านดูครับ www.facebook.com/pornchokchai/posts/715939208461857

อย่าเข้าใจผิด สังคมไม่ได้ป่วย คนไทยไม่ได้เพี้ยน แต่เพียงมีขบวนการทรชนไม่กี่คนอาศัยกลไกสื่อบิดเบือน ปลุกปั่นกระแส เขาทำเพื่อสร้างภาพทั้งบวกหรือลบให้คน/celeb มาแยะ ใครไม่ดีจริง อาย ก็ต้องยอมเขา แต่นั่นไม่ใช่ผมครับ

บทเรียนเด็กหญิงถูกข่มขืนบนรถไฟ

1 เห็นคนร้ายจ้องมองเด็กแต่แรก ญาติก็ต้องระวังหนักแล้ว
2 คนร้ายแสร้งทำลืมหมวกไว้กลับมาใหม่ ยิ่งต้องฉุกคิด
3 ประมาทให้น้องนอนล่าง น่าจะนอนข้างบน ปลอดภัยกว่า
4 ขนาดข่มขืนตรงที่นอนนั้น และคนร้ายเปิดหน้าต่าง เพื่อให้เสียงรถไฟกลบเสียง ญาติที่เป็นผู้ใหญ่ 2 คนกับเด็ก 1 คนก็ยังนอนหลับไม่รู้เรื่อง
5 กรณีเด็ก/หญิง แม้แต่เข้าห้องน้ำ ก็ควรมีเพื่อนไปเพื่อความปลอดภัย
ปล. พวกคนดี/celeb post เอาหน้าเห็นใจน้องใหญ่แล้ว

= = = = = = = = = = = = = = =

ต่อไปนี้เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมครับ
มีคนอ่านแล้วเข้าใจในแง่ลบ ผมจึงขอชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้ครับ:
1 ผมไม่เคยตำหนิผู้ตาย พี่สาวเขาเองก็ยอมรับในความประมาทว่า “พี่ขอโทษที่ดูแลไม่ได้เลย พี่เป็นพี่ที่แย่มาก พี่ขอโทษจริง ๆ”

2 ในสังคมอันตรายนี้ อย่าลืมว่าตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน ถ้าต่อไปใครเจอเหตุการณ์ที่คนร้ายจ้องเขม็งตั้งแต่แรก วนเวียนไปมา มีกลิ่นเหล้าตามข่าว เราควรให้น้องนอนเตียงบน หรือพี่นอนคู่กับน้องที่เตียงล่าง (หลายปีก่อนตอนโดยสารรถไฟ ภริยากับลูกสาวผมในวัยนี้ก็นอนด้วยกันที่เตียงล่าง) หรือผลัดกันระวัง ขอความช่วยเหลือ เป็นต้น

3 ผมจึงจั่วหัวว่า “บทเรียน” เป็นอุทาหรณ์ ถ้าไม่เชื่อ ยังปฏิบัติแบบเดิม ก็มีโอกาสเกิดซ้ำ

4 ที่ทุกท่านแวะมาที่ www.facebook.com/pornchokchai/posts/715939208461857 ผมขอชมความอนาทรที่มีต่อเด็ก เข้าใจผิดแล้วมาด่าทอก็ไม่เป็นไรครับ แต่ในอีกแง่หนึ่งการแสดงภาวะทางอารมณ์ที่รุนแรง จะไม่ดีต่อสุขภาพตนเองและคนรอบข้างนะครับ

ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
1 มีคนถามว่าทำไมไม่ด่าฆาตกร อันนี้ผมพูดเพื่อป้องกันตามหลักตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ใช่ต้องมองมุมเดียวกันหมดนะครับ

2. สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรคือ ไม่ควรแพร่รูป ชื่อ-สกุลจริงของเขาและญาตินะครับ จะได้ไม่เป็นรอยด่างในอนาคต

3. ถ้าเป็นพวกเรากับหลานสาวแล้วเจอคนร้ายลักษณะนี้ พวกเราก็คงทำตามที่ผมแนะนำ

4. นี่คือบทเรียนที่น่าเจ็บปวด แต่แม้จะเสียใจขนาดไหนเด็กก็ไม่ฟื้น เราต้องหาทางป้องกันในอนาคตครับ

5. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เรื่องนี้สำคัญมาก เราไม่อาจคุมสภาวะภายนอกได้ดังใจ (แม้สังคมควรมีสวัสดิภาพกว่านี้) เราจึงต้องดูแลตัวเราก่อน นี่คือบทเรียนครับผม

ผมเตือนในฐานะผู้สูงวัยด้วยความปรารถนาดี ผมทราบดีว่าการมาด่าทอ ข่มขู่ ระรานต่างๆ นานายิ่งกว่าผมเป็นฆาตกรเสียเองนั้น ไม่ใช่ความเห็นของคนส่วนใหญ่ สังคมไม่ได้ผิดเพี้ยนเพราะที่เห็นด้วยก็มากมาย เป็นเพียงกระแสของคนกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาซ้ำๆ ครับผม นี่เป็นกรณีศึกษาที่น่าวิเคราะห์เพื่อสังคมอุดมปัญญาครับผม

MThai News