แฉอีก เผาขนเพชร-สีพ่นจู๋ อุเทนถวายรับน้องโหด

Home / ข่าวทั่วไป / แฉอีก เผาขนเพชร-สีพ่นจู๋ อุเทนถวายรับน้องโหด
รับน้องโหด
รับน้องโหด


น. ศ.ปี 1 อุเทนถวาย
– ผู้ปกครอง โร่ร้อง? ปวีณา อีกเกือบ 20 ราย แฉรุ่นพี่ทำวิตถาร ใช้ไฟเผาขนเพชร พ่นสีสเปรย์ใส่จู๋ เผยเด็กปี 1 จะแห่ลาออกนับร้อยคน วอนช่วยเหลือช่วยจัดหาที่เรียนใหม่ พร้อมให้ อุเทนถวาย คืนเงินค่าลงทะเบียนด้วย ประธานสอบข้อเท็จจริงเตรียมสรุปผลสอบสวน 10 มิ.ย. นี้ ยังไม่ฟันธงความผิดแค่ระดับเด็ก หรือผู้บริหารต้องโดนด้วย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่มูลนิธิ ปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุม ธานี ได้มีผู้ปกครอง 17 ราย และนักศึกษาอุเทนถวาย 10 คน เดินทางมาร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาฯ

นายมนัส ผู้ปกครองนักศึกษาคนหนึ่ง กล่าวว่า อยากย้ายลูกออกจากอุเทนถวายไปเรียนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลคลอง 6 ธัญบุรี ซึ่งมีสาขาวิชาสถาปัตย์เหมือนกัน แต่อยากให้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้วย

เนื่องจากมีฐานะยากจน และจ่ายค่าเล่าเรียนให้กับ อุเทนถวาย ไปแล้ว 10,000 กว่าบาท หากมาเสียที่ใหม่ ไม่มีเงินให้เพราะฐานะยากจน นอกจากนี้ขอให้ทางผู้ใหญ่ยืนยันว่าบุตรชายมีที่เรียนต่อ เพราะมีข่าวว่าทางสถาบันที่จะไปสมัครใหม่ รับเต็มแล้ว แต่ตนไม่อยากให้ลูกเสียเวลาเรียน

นางสุกัญญา ชาวจ.ปราจีนบุรี ที่นำลูกชายมาร้องเรียน กล่าวว่า ลูกชายเรียน อุเทนถวาย ในโควตา จ.ปราจีนบุรี โดยมีทั้งหมด 4 คน ขณะนี้เด็กที่มาจากจังหวัดเดียวลาออกแล้ว ลูกเล่าว่ารุ่นพี่ให้ไปหาที่ห้อง เพื่อไปเฝ้ารุ่นพี่ดื่มเบียร์ และสูบกัญชา มีการข่มขู่ว่าขอชกหน้าได้หรือไม่ ลูกก็ให้ชกเพราะไม่กล้าปฏิเสธ

หลังจากรุ่นพี่เมาก็ปล่อยให้กลับบ้าน กระทั่งรุ่งเช้าก็ไปเรียนตามปกติ และทำกิจกรรม รับน้อง ปกติ ช่วงเย็นเจอรุ่นพี่กักตัวให้นอนที่สถาบัน หากประสานผู้ใหญ่ได้ อยากให้ลูกมาเรียนที่คณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล คลอง 6 ธัญบุรี

ส่วนนางกฤษณา มารดาของนักศึกษาที่มาร้องเรียน กล่าวว่า ลูกชายของตน นอกจากจะถูกบังคับให้ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อน โดยรุ่นพี่ขู่ว่าหากไม่กล้ายิงก็ให้ยิงตัวเอง พอลูกชายเอาปืนจ่อยิงหัวตัวเอง แต่ปืนไม่มีลูก ก็ถูกรุ่นพี่ตบหัวตบปืน บอกว่าทำไมไม่ยิงขึ้นฟ้า

นอกจากนี้ยังถูกบังคับให้ถอดกางเกง เพื่อฉีดสเปรย์สีบริเวณอวัยวะเพศ พร้อมด้วยการเผาขนเพชร ลูกชายบอกว่ามีเพื่อนร่วม รับน้อง ครั้งนี้ ตกเป็นเหยื่อการกระทำทารุณรูปแบบดังกล่าวถึง 4 คน ทุกคนหวาดผวาและหวาดกลัว จนถึงขั้นไม่ยอมไปเรียนที่สถาบันอีกเลย

ฉันมีความพึงพอใจกับสถาบัน แห่งนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นสถาบันเดียวที่หากจบมาแล้วจะมีงานรองรับทันที รู้สึกภูมิใจก่อนหน้านี้ว่าลูกชายสามารถสอบเข้าสถาบันดังกล่าวได้ แต่สุดท้ายก็ต้องมาพบกับความผิดหวังหลังเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น จึงมองภาพลักษณ์ของสถาบัน อุเทนถวาย ขณะนี้เหมือนนรก และสถาบันกำลังสอนเด็กให้เป็นโจร โดยลูกจะไม่ขอกลับไปเรียนที่ดังกล่าวอีกเลย” นางกฤษณากล่าว

น้องบี (นามสมมติ) นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ อุเทนถวาย เปิดเผยว่า การ รับน้อง ของรุ่นพี่เป็นการบังคับ รุ่นน้องไม่สามารถปฏิเสธ สั่งอย่างไรก็ต้องทำ ตนหวาดผวาทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าในแต่ละวันจะโดนอะไรบ้าง ของตนจะโดนกินพริก กระเทียม หอมแดง กระชาย มะระขี้นก วาซาบิ และโดนทุบหน้าอก แต่เพื่อนๆ บางคนโดนหนักกว่า บางครั้งก็โดนซ้อม

จนทุกวันนี้มีเพื่อนๆ ที่เข้ามารุ่นเดียวกันลาออกไปเกือบหมดแล้วจาก 178 คน เหลือเพียง 50 กว่าคนเท่านั้น ตอนนี้มีเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ยังไม่กล้าออกมาตีแผ่ เพราะกลัวรุ่นพี่ไล่ตามมาทำร้าย ยังหาที่เรียนไม่ได้ ก็อยากให้รัฐบาลนำเรื่องนี้ไปพิจารณาหาทางช่วยเหลือด้วย

เวลา 11.00 น. นายสรรค์ วรอินทร์ ประธาน คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจากสำนัก งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และคณะ เดินทางมาถึงมูลนิธิปวีณา กล่าวว่า วันนี้จะมาหาข้อมูลสอบสวนเพิ่มเติมจากนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อ และจะขอสอบสวนเป็นรายคน เพื่อหาทางแก้ไข และช่วยเหลือนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อให้ได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ และได้รับที่เรียนใหม่ตามความประสงค์

“คณะกรรมการชุดนี้จะไม่พุ่ง เป้าไปที่การกระทำผิดของรุ่นพี่เพียงอย่างเดียว แต่จะเชื่อมโยงไปถึงสถาบัน อุเทนถวาย ด้วย ซึ่งต้องมีการตรวจสอบผู้บริหารในสถาบันว่า ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกระทรวงศึกษาธิการที่ออกกฎระเบียบในเรื่องการ รับน้อง ให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือไม่ โดยระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการระบุไว้ว่า การ รับน้อง จัดขึ้นได้ แต่ต้องเคารพสิทธิมนุษยชน

และให้เป็นไปตามกรอบ ประเพณี วัฒนธรรม ที่สำคัญการ รับน้อง แบบสร้างสรรค์ อีกครั้งทุกครั้งที่มีการรับน้อง จะต้องมีครู อาจารย์ ดูแลด้วยทุกครั้ง หากสถาบันนี้ขาดข้อหนึ่งข้อใด ก็ถือว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างครอบคลุม

มีสิทธิ์โดนคาดโทษกับผู้บริหารด้วย ซึ่งยังไม่ตอบว่าอธิการบดีสถาบัน อุเทนถวาย จะมีผลกระทบถึงขั้นถูกโยกออกจากตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของรมว.ศึกษาธิการ ที่จะพิจารณาเอาผิด” นายสรรค์กล่าว

ส่วนนางปวีณา กล่าวว่า จะให้ความช่วยเหลือนักศึกษาทุกคนอย่างเต็มที่ ได้รับการประสานงานจากรมว.ศึกษาธิการทางโทรศัพท์ ว่าจะหาที่เรียนแห่งใหม่ให้กับนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อของการ รับน้อง โหด ที่ไม่หวังที่จะกลับไปเรียนที่เดิมอีกต่อไป

ขณะที่นักศึกษาที่มาร้องเรียน ต่างไม่กล้าที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กลัวเกิดผลกระทบและเกิดคุกคามต่อการดำเนินชีวิต ทุกคนต่างต้องปิดบังใบหน้า และพยายามที่จะให้ผู้ปกครองเป็นผู้ให้ข้อมูล

เวลา 11.30 น. คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เชิญนักศึกษาชั้นปีที่ 1 อุเทนถวาย เป็นชาย 9 คน หญิง 1 คน เข้าไปสอบถาม เกี่ยวกับเหตุการณ์ในวัน รับน้อง โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

นักศึกษาน้องใหม่ที่ลาออกจาก อุเทนถวาย คนหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนเรียนรุ่นที่ 78 จะมีรุ่นพี่คือรุ่น 77 มาเป็นผู้รับน้อง ซึ่งการ รับน้อง จะมีทั้งชกต่อย พูดจาหยาบคาย ข่มขู่ และจะเน้นว่าให้ทุกคนต้องอดทน เพราะหากไปเจอข้างนอกจะหนักกว่านี้ ซึ่งการ รับน้อง จะแบ่งกิจกรรมของชายและหญิงออกไป

ในส่วนของผู้หญิงตนไม่ทราบว่ามีอะไรบ้าง แต่หลังจากเจอเพื่อนทุกคน โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิงจะร้องไห้และปรับทุกข์ให้ฟัง ในส่วนของผู้ชายจะใช้วาจาหยาบคาย พูดจากดดันตลอดเวลา ทำให้รู้สึกไม่อยากไปเรียน กลับถึงบ้านดึกทุกวัน บางวันกลับถึงบ้านตี 1 และต้องมาเรียนตอนเช้า

นักศึกษาคนดังกล่าว กล่าวอีกว่า กิจกรรม รับน้อง จะแบ่งเป็น 3 ช่วง โดยสัปดาห์แรก รับน้อง สัปดาห์ที่ 2 ปรับสภาพ และสัปดาห์ที่ 3 คือ ไซต์ หรือการออกนอกพื้นที่ ซึ่งสัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงที่หนักมาก เพราะรุ่นน้องปี 1 จะต้องไปหาและอยู่กับรุ่นพี่ที่หอ เพื่อเอาคำกลอนของสถาบันที่มีอยู่กว่า 20 บท และต้องท่องย้อนจากหลังขึ้นมาหน้าให้ได้ด้วย ตรงนี้รุ่นพี่บอกว่าเป็นการเช็ก

เพราะอาจมีใครมาแอบอ้างว่าเป็นสถาบันเดียวกัน และหากท่องไม่ได้ก็จะถูกรุมทำร้าย ซึ่งกลอนบทนี้นักศึกษาปี 1 ต้องท่องให้ได้ และหากนักศึกษาปี 1 ทุกคนท่องได้แล้ว จากนั้นจะเป็นการรับน้องนอกสถานที่ กิจกรรมรับน้องนอกสถานที่จะต้องแล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 ส.ค.

เนื่องจากเป็นวันสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีช่างกลปทุมวัน ส่วนกิจกรรมที่เพื่อนๆ นำมาให้ดูเรียกว่า เวฟ คือการเผาขนทุกส่วนของร่างกาย เช่น ขนรักแร้ ขนหน้าแข้งและขนเพชร ตรงนี้จะถูกกระทำต่อเมื่อไม่ฟังคำสั่งของรุ่นพี่

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ช่วงที่นักศึกษาปี 1 ออกมารอรับประทานอาหาร เป็นช่วงที่มีการสัมภาษณ์กลุ่มนักศึกษารุ่นพี่และนักศึกษาช่างกลปทุมวันทาง สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง นักศึกษาที่มาให้ข้อมูลกับนางปวีณาจึงจับกลุ่มวิจารณ์ว่ากลุ่มรุ่นพี่ที่มา ให้สัมภาษณ์ เป็นกลุ่มที่อยู่ในสโมสรนักศึกษา เป็นรุ่นพี่ที่ดี แต่ไม่ใช่กลุ่มที่ทำกิจกรรม รับน้อง

เขาจึงไม่รู้ว่ารุ่นน้องถูกกระทำอย่างไรบ้าง ส่วนรุ่นน้องผู้หญิงที่ออกมาให้สัมภาษณ์เชื่อว่าน่าจะถูกรุ่นพี่กดดันไม่ให้ พูดความจริงทั้งหมด โดยเฉพาะผู้หญิงเมื่อมีกิจกรรมรับน้อง จะร้องไห้ทุกวันพร้อมกับบ่นว่าทนไม่ ไหว การออกมาพูดเช่นนี้จึงไม่ทราบว่านักศึกษาคนดังกล่าวคิดอย่างไร ทั้งที่ก่อนหน้านี้แสดงอาการปรับทุกข์กับเพื่อนๆ เสมอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสกอ. ได้แยกสอบข้อเท็จจริงจากผู้ปกครองและเด็กเป็นรายบุคคล

หลังการสอบสวนเสร็จสิ้นลง นายสรรค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สอบข้อเท็จจริงจากนักศึกษาชั้นปี 1 และผู้ปกครองรวม 20 คน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตนจะนำข้อมูลทั้งหมดมารวมกับข้อมูลของนางปวีณา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง และในวันที่ 10 มิ.ย. คณะกรรมการจะหาข้อมูลในส่วนของผู้ปกครองและนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่ได้มาร้องเรียน

โดยคาดว่าจะใช้เวลาสอบสวนประเด็นอื่นๆ เพิ่มเติมอีกไม่มาก ซึ่งข้อมูลที่ได้ในวันนี้มีความชัดเจนสมบูรณ์ มีแหล่งข้อมูลที่อ้างอิงถึงพฤติการณ์ต้นเหตุได้ เชื่อว่าในวันที่ 10 มิ.ย. นี้ จะสามารถนำข้อมูลทั้งหมดมาสรุปผล ก่อนรายงานไปยังรมว.ศึกษาธิการ เพื่อจะพิจารณาดำเนินการต่อไป

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด