โคราชผวาทั่วเมือง!! ไอ้โรคจิตไล่ฉีดน้ำผสมสารเคมีใส่ตาเหยื่อสาวนับสิบราย

Home / ข่าวทั่วไป / โคราชผวาทั่วเมือง!! ไอ้โรคจิตไล่ฉีดน้ำผสมสารเคมีใส่ตาเหยื่อสาวนับสิบราย

jheairokjid

หญิงสาวนับสิบรายโร่เข้าแจ้ง ความหลังถูกโจรโรคจิตควบจักรยานยนต์ นำน้ำผสมสารเคมีใส่ขวดพลาสติกตามประกบไล่ฉีดเข้าใส่ตาจนปวดแสบปวดร้อน แพทย์เผยถ้าไม่รักษาตาอาจบอดได้ ตร.เร่งไล่ล่าตัวมาดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ว่า มีหญิงสาวหลายรายถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลขามสะแกแสง อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา มาเข้ารับการรักษาที่แผนกจักษุ ชั้น 6 อาคาร 8 ชั้น โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยหญิงสาวทั้งหมดมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่บริเวณดวงตาทั้ง 2 ข้าง เนื่องจากถูกคนร้ายโรคจิตไล่ตระเวนฉีดน้ำกรดใส่ดวงตาขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน

ทั้งนี้ มีหญิงสาวเหยื่อเคราะห์ร้ายถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จำนวน 4 คน ประกอบด้วย น.ส.ละอองดาว หิ้งงาม อายุ 28 ปี ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา อบต.โนนเมือง อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา, น.ส.ประภัสสร สมศรีโย อายุ 25 ปี เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์ชาวบ้านชีวึก ต.ชีวึก อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา , น.ส.กชกร เลี่ยงภูมิ อายุ 32 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย และนางพัชรา สมิสสุตานนท์ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 12/1 หมู่ 1 ต.ชีวึก อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา

นางพัชรา สมิสสุตานนท์ เหยื่อเปิดเผยว่า เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมาได้ถูกคน ร้ายเป็นชายฉกรรจ์ รูปร่างผอมสูง อายุประมาณ 30-40 ปี สวมหมวกกันน็อคขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ตามประกบในระยะกระชั้นชิด ขณะขี่หญิงสาวทั้งหมดกำลังขับขี่รถ จักรยานยนต์กลับบ้านไปตามถนนภายในเขต อ. ขามสะแกแสง ซึ่งก่อนลงมือคนร้ายจะบีบแตรทักทายเหมือนเป็นคนรู้จักกัน แต่เมื่อเหยื่อหันหน้ามามอง คนร้ายก็จะฉีดน้ำกรดจากขวดพลาสติกสีขาวขุ่นพุ่งเข้าใส่ที่ตาของเหยื่อ ทำให้เหยื่อปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตาต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลขามสะแกแสง ก่อนที่แพทย์จะส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ทั้งนี้ หลังจากคนร้ายลงมือคนร้ายก็ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หนีไปโดยที่ไม่ได้ทำร้าย หรือฉกชิงทรัพย์สินแต่อย่างใด

น.ส.ประภัสสร สมศรีโย อายุ 25 ปี เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์ เปิดเผยว่าตนเองถูกคนร้ายก่อเหตุในลักษณะเดียวกันตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากตนโดนคนร้ายฉีดน้ำกรดเข้าที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างจนทำให้ตนไม่สามารถมองเห็นได้ในช่วงแรก แต่ขณะนี้อาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับแล้ว ยังคงเหลือเพียงดวงตาข้างขวาอีก 1 ข้างที่ยังคงมีอาการปวดแสบตาอยู่ ซึ่งแพทย์ยังคงไม่อนุญาตให้กลับบ้าน โดยหลังคนร้ายลงมือฉีดน้ำกรดใส่ดวงตาของตนแล้ว คนร้ายก็ได้ขับขี่รถหนีไปโดยที่ไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินมีค่าแต่อย่างใด ซึ่งภายหลังเกิดเหตุหญิงสาวผู้เสียหายทั้งหมดได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจที่ สภ.ขามสะแกแสงให้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายโรคจิตรายนี้แล้ว

นายแพทย์ณัฐชัย นิธิอภิญญาสกุล หัวหน้ากลุ่มงานจักษุแพทย์ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาทั้ง 4 ราย นั้นจากการตรวจอาการในเบื้องต้นพบว่า สารเคมีที่ถูกฉีดพ่นเข้าไปในดวงตาของผู้ป่วยทั้ง4ราย เป็นสารเคมีเหลวที่ไม่สามารถระบุว่า เป็นสารเคมีชนิดใน เนื่องจากถูกล้างออกไปก่อนมาถึงโรงพยาบาล ทราบแต่เพียงว่าสารเคมีมีฤทธิ์ความเป็นด่าง ซึ่งจากการรักษาขณะนี้ผู้ป่วยอาการโดยรวมดีขึ้นแต่ยังคงมีอาการถลอกที่กระจก ตา แพทย์ได้ทำการรักษาด้วยวิธีการล้างตาด้วยน้ำเกลือที่มีความเข้มข้นเท่ากับ น้ำตาเพื่อปรับค่าความเป็นด่างให้ลดน้องลง และคงต้องให้ผู้ป่วยน้อยพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่ออีกสักระยะเพื่อดูอาการ และใช้กระดาษทดสอบความเป็นกรด-ด่างตรวจสอบน้ำตาของผู้ป่วยเป็นระยะๆเพื่อวัด ปริมาณความเป็นด่างและปรับสภาพให้ความเป็นด่างลดลง

นายแพทย์ณัฐชัย กล่าวต่อว่า สารเคมีที่มีฤทธิ์ความเป็นด่างหากเข้าไปในตาแล้ว ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจจะทำให้ตาบอดได้ เนื่อง ฤทธิ์ความเป็นด่างจะไม่เหมือนฤทธิ์ความเป็นกรดที่จะทำลายส่วนที่ถูกสัมผัส แต่ฤทธิ์ความเป็นด่างหากเข้าตาแล้วจะแทรกซึมเข้าไปในเยื้อตาชั้นในหากทำการ ล้างออกไม่หมดฤทธิ์ความเป็นด่างจะทำลายเยื้อตาไปเรื่อยๆ จนตาอาจถึงขั้นบอดได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางคณะแพทย์ได้มีการประสานไปยังผู้ป่วยอีก 2 รายที่เข้ามารับการักษาก่อนหน้านี้แล้วไม่ได้นอนที่โรงพยาบาลให้กลับมาทำการ รักษาและนอนที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการและล้างตาอีกครั้งเพื่อป้องกันอันตราย จากฤทธิ์ความเป็นด่างที่เข้าตาจากสารเคมีเหลว ในส่วนวิธีการป้องกันและรักษาสารเคมีที่มีฤทธิ์ความเป็นด่างเข้าตาในเบื้อง ต้นแพทย์ขอแนะนำให้ผู้ป่วยรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดเพื่อเจือจางสารเคมีที่เข้า ตา ก่อนรีบมาพบแพทย์อย่างเร่งด่วนเพื่อล้างตาด้วยเกลืออักครั้งและรับการรักษา อย่างถูกวิธี

ทางด้านพ.ต.ต.สมบูรณ์ จันทร์โท สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.ขามสะแกแสง เจ้าของคดี เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เพิ่งเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน จนถึงปัจจุบันทาง สภ.ขามสะแกแสงได้รับแจ้งความจากประชาชนในท้องที่ ว่าถูกคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ขี่ตามประกบ และฉีดสารเคมีใส่ตา จำนวนทั้งสิ้น 3 ราย ซึ่งผู้เสียหายทั้งหมดเป็นหญิงสาวอายุระหว่าง 25 – 40 ปี นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่า มีหญิงสาวอีกนับ 10 ราย ตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้เช่นเดียวกัน สำหรับความคืบหน้าของคดีในขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความกับทางเจ้า หน้าที่ทั้งหมดแล้ว ซึ่งผู้เสียหายทั้งหมดให้การตรงกันว่า รูปพรรณสัณฐานของคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 40 ปี รูปร่างสูงผอม ผิวคล้ำ พฤติกรรมของคนร้ายจะใช้รถจักรยานยนต์แบบหญิง ขี่ตามประกบเหยื่อโดยจะเลือกเฉพาะเหยื่อที่เป็นผู้หญิงที่ขับขี่รถ จักรยานยนต์ไปตามถนนสายที่ไม่มีแสงไฟส่องสว่าง ในช่วงเวลาพลบค่ำระหว่างเวลา 19.30 น. – 21.00 น. จากนั้นก็จะใช้ขวดน้ำพลาสติกดัดแปลงเป็นขวดสเปย์บรรจุสารเคมีฉีดใส่ตา และหนีไป แต่คนร้ายไม่ประสงค์ทรัพย์หรือกระทำความเสียหายใดๆ กับเหยื่ออีก

ล่าสุดทาง สภ.ขามสะแกแสง ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสจนพอที่จะทราบตัวคนร้าย แล้ว และชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ขามสะแกแสง กำลังเฝ้าจับตาดูพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด เพื่อหาหลักฐานมัดตัวคนร้าย ซึ่งคาดว่า จะสามารถหาหลักฐานมาจับกุมตัวได้ไม่เกินสัปดาห์นี้ ส่วนเหตุจูงใจที่ทำให้คนร้ายก่อเหตุน่าจะเป็นเพียงความพอใจส่วนตัวและความ คึกคะนองของคนร้ายที่ชอบกลั่นแกล้งผู้อื่น และอาจจะมีอาการทางจิต แต่ทั้งนี้ต้องรอสอบสวนภายหลังการจับกุมตัวคนร้ายได้ก่อน สำหรับข้อหาที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งไว้ คือ ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา

ด้าน พ.ต.อ.ยศวริชท์ ภูการุณย์ ผกก.สภ.ขามสะแกแสง กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความในกรณีดังกล่าวแล้วนับสิบราย โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงที่ขับขี่รถจักรยานยนต์คนเดียวในเวลา กลางคืน ซึ่งขณะได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกติดตามหาเบาะแสของคนร้ายโรคจิตราย นี้อย่างเร่งด่วนแล้ว และอยากฝากเตือนประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ตอนกลางคืนให้ระมัดระวังตัว เอง หากพบเห็นสิ่งใดผิดสังเกตก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วที่สุด

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์