หน.คสช.ปัดใช้อำนาจหาประโยชน์ เร่งตั้งรบ.ลุยปฏิรูป

Home / ข่าวทั่วไป / หน.คสช.ปัดใช้อำนาจหาประโยชน์ เร่งตั้งรบ.ลุยปฏิรูป
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ย้ำ คสช.ไม่ใช้อำนาจหาผลประโยชน์ เดือน ก.ย. มีรัฐบาลอำนาจเต็มบริหารประเทศ มุ่งปฏิรูป ก่อนเลือกตั้ง ยัน สนช. ไม่มีโควตา ทหารมากเพราะไม่ใช่สถานการณ์ปกติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยยืนยันว่า หลังจากวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ประเทศไทยน่าจะพ้นจากภาวะรัฐล้มเหลวแล้ว ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเดินหน้าประเทศตามโรดแมปของ คสช. ซึ่งขณะนี้อยู่ระยะที่ 2 โดย คสช.จะใช้อำนาจเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และไม่ได้มุ่งหวังจะใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ แต่ปล่อยให้ประชาชน เดือดร้อนไม่ได้ จำเป็นต้องใช้อำนาจเพื่อปฏิรูปประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า คสช. จะดูแลประเทศเพียง 3 เดือน โดยนับตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป จะมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารประเทศ และเตรียมขั้นตอนต่อไป คือการเดินหน้าเตรียมการเลือกตั้ง ซึ่งขอให้ทุกคนไว้ใจ ซึ่งกันและกัน

555796-01

ประยุทธ์ยันสนช.ไม่มีโควตา-9ส.ค.นัดคิกออฟปฏิรูป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เพิ่งเกิด อย่ามองว่าเป็นเรื่องของโควตา แต่เป็นเป็นการเสนอชื่อ และสาเหตุที่มีทหารจำนวนมาก เพราะไม่ใช่สถานการณ์ปกติ จึงจำเป็นต้องทำให้มีเอกภาพในการดูแล แก้ปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องของการกลั่นกรองกฎหมาย เพราะที่ผ่านมา กฎหมายบางฉบับไม่สามารถออกได้ บางฉบับล้าหลัง จำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัย เพื่อเดินหน้าสู่การปฏิรูปต่อไป

หัว หน้า คสช. ยังกล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปด้วยว่า จะเชิญทุกภาคส่วนทั้ง 11 กลุ่ม มาฟังและมาร่วมมือร่วมใจกันดำเนินการปฏิรูปต่อไป คือการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูป ที่สโมสรทหารบก ในวันที่ 9 ส.ค. นี้ ซึ่งเบื้องต้น จะมีการชี้แจงการเตรียมปฏิรูประยะ 1 ที่กำลังจะผ่านไป เตรียมปฏิรูประยะยาวต่อไป โดยที่ คสช.จะไม่ชี้นำอย่งเด็ดขาด แต่ขอให้นักการเมือง ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ถอยก่อน อย่าเพิ่งแสดงความเห็น เพราะตลอดในช่วงที่ผ่านมา นักการเมือง รู้ทุกอย่าง ทุกขั้นตอนของปัญหา แต่ไม่ยอมปฏิรูปเมื่อครั้งมีอำนาจ เวลานี้ทหารจึงต้องเข้ามาทำการปฏิรูปแทน เพราะทหารเป็นของประชาชน

 

คสช.ยันเดินหน้ากวาดล้างพวกหมิ่นสถาบัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า คสช.จะพยายามเดินหน้าจัดการพวกหมิ่นสถาบัน ม.112 อย่างเด็ดขาด ยืนยันหากใครไม่ผิดก็ลงโทษไม่ได้ เพราะมีขั้นตอนการดำเนินการชัดเจน และต้องมีหลักฐาน จะไม่ยอมให้ใครนำสถาบันมาใช้ทำลายฝ่ายตรงข้าม หรือคู่ขัดแย้ง ยอมรับต่างชาติไม่เข้าใจสถาบันกษัตริย์ไทย ก็อยากวิงวอนให้คนไทยทุกคนช่วยกันชี้แจง โดยขอให้แยกประเด็น ม.112 กับกฎหมายหมิ่นประมาท อย่าใช้สถาบันเป็นเครื่องมือ เพราะสถาบันทรงอยู่เหนือการเมือง พร้อมกับเตือนไปถึงกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่น ให้แยกแยะเรื่องดังกล่าว และใครที่ทำผิดก็ต้องยอมรับว่าทำผิด

 

ประยุทธ์แจงต้อนรับเพื่อนบ้านย้ำความสัมพันธ์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการพบปะกับผู้แทนของประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการให้การต้อนรับ พล.อ.เตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เดินทางมาเยือนเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้ดีขึ้น ตามคำสั่ง สมเด็จฮุนเซน ที่หวังจะก้าวข้ามความขัดแย้งในแนวชายแดน และจะใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งได้มีการหารือความร่วมมือด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านแรงงาน ซึ่งได้มีการจัดตั้งศูนย์จดทะเบียนทั่วประเทศ ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้ นอกจากนี้ ยังให้การต้อนรับผู้บัญชาการทหารบกสิงคโปร์ ที่เข้าพบ เพื่อย้ำว่าเข้าใจสถานการณ์การเมืองของไทยเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ หน.คสช. ยังได้แสดงความเป็นห่วงคนไทยที่ไปทำงานในอิสราเอล และลิเบีย เนื่องจากมีเหตุการณ์ความรุนแรง จึงได้สั่งอพยพแรงงานไทยในอิสราเอลไปในพื้นที่ปลอดภัย ส่วนที่ลิเบียก็เปิดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือ ที่ประเทศตูนิเซีย อำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือแรงงานกลับประเทศ ตลอดจนหวังให้ทั้งสองประเทศกลับมาเป็นสงบสุขอีกครั้ง

 

หัวหน้าคสช.ชี้เชื่อมั่นฟื้นต่อเนื่องแนะจับตาปัจจัยโลก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ภาพรวมประมาณการความเชื่อมั่นยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องติดตามถึงสถานการณ์โลก สถานการณ์การสู้รบ และเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ โดยความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจเอกชน เริ่มปรับตัวดีขึ้น จากดัชนีความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรมก็กำลังปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการดำเนินกิจการต่าง ๆ ที่คสช.ได้อำนวยความสะดวกเกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น  ขณะที่ภาคการลงทุนมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน จากการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ในช่วงครึ่งปีแรก มีจำนวน 634 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 337,400 ล้านบาท และจำนวนโครงการยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายนมีจำนวนสูงที่สุดในรอบ 6 เดือน เป็นสัญญาณที่ดีว่านักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยคาดว่ายอดขอรับการส่งเสริมฯ ทั้งปี 2557 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ประมาณ 700,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ สถานการณ์การส่งออกในเดือนมิถุนายนปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 จากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากลดลงต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 19,842 ล้านดอลลาร์ โดยสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร กลับมาขยายตัว ส่วนการคาดกาณ์การส่งออกของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังที่คาดว่ามูลค่าการส่ง ออกทั้งปีจะขยายตัวร้อยละ 1.5 และทางสภาพัฒน์ฯ คาดการณ์ร้อยละ 2 นั้น อาจปรับสูงขึ้นหรือต่ำลง ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจภายนอกด้วย