ผู้ต้องหาคดี ‘พงศ์พัฒน์’ ตะโกนลั่น ‘ใครอยากให้โดนประหารก็เอา’

Home / ข่าวทั่วไป / ผู้ต้องหาคดี ‘พงศ์พัฒน์’ ตะโกนลั่น ‘ใครอยากให้โดนประหารก็เอา’

ตร.ลวงสื่อ ปล่อยข่าวประกันตัว  พงศ์พัฒน์ และ พวก  ด้าน ผบ.ตร.เตรียมแถลงผลจับกุม พรุ่งนี้ (25พ.ย.) ขณะที่ 1ในผู้ต้องหา ตะโกนลั่นระหว่างนำตัวไปฝากขังว่า  ‘พูดหมดแล้ว ใครอยากให้โดนประหารก็เอา’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(24 พ.ย.) เมื่อเวลา 16.10 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัว 1 ในผู้ต้องหา ร่วมกับพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ มาศาลอาญา รัชดาฯ เพื่อมาฝากขังผัดแรก หนึ่งในผู้ต้องหา ได้ตะโกนขึ้นมาขณะเดินผ่านผู้สื่อข่าวว่า “พูดหมดแล้ว ใครอยากให้โดนประหารก็เอา”

พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์, พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์, พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์

และจากการตรวจสอบ กรณี พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผู้บังตับการกองอารักขาและควบคุมฝูงชน แจ้งว่า ได้ให้มีการประกันตัวในชั้นสอบสวนแก่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ต.โกวิท วงศ์รุ่งโรจน์ อดีต รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีต ผบก.รน. และ พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อดีต ผผก.จว.สมุทรสาคร บก.ตม.3 ทั้งหมด ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. นั้น พบว่า ข่าวดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องการให้กองทัพสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศออกจากพื้นที่บริเวณศาลอาญา

โดยเมื่อเวลา 17.45 น.พบว่า เจ้าหน้าที่เชิญสื่อออกจาก ที่นั่งและให้ไปยืนอยู่ในระยะไกล พร้อมกับเคลียร์เส้นทางด้านหลังศาลอาญา นำแผงเหล็กมากั้นไว้ ไม่ให้นักข่าว เข้าไปใต้ถุนศาล พร้อมสั่งห้ามถ่ายภาพ จากนั้น ได้มีรถ ตร.นครบาล โดยมี พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.ศูนย์สืบ บชน. เดินทางมาด้วย และมีรถตู้ตำรวจ 3 คัน ขับเข้ามาด้านหลัง เมื่อประตูเปิดออก พบว่า พล.ต.ท.พงศ์ พัฒน์ ถูกคุมตัวลงมา สวมเสื่อยืดคอกลมสีขาว มีสีหน้าเคร่งเครียด และนายตำรวจ คนอื่น รวม 3 คนก็ถูกคุมตัว เข้าไปยังห้องส่งตัวผู้ต้องหา ใต้ถุนศาลอาญา และศาลอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องของพนักงานสอบสวน

ขณะที่พลเรือนอีก 2 คน คือ นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล และนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์ อยู่ระหว่างหลบหนี และในวันพรุ่งนี้(25 พ.ย.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมแถลงข่าวกรณีที่มีการออกหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. พร้อมกับพวก รวม10 คน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เวลา 10.30 น.

5  ข้อหาหนักถึงขั้น ‘ประหารชีวิต’

สำหรับความผิด 5 ข้อหา ประกอบด้วย หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ , เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 148 ,149,157 และความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ นั้นมีบทลงโทษดังนี้

ม.112 (หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ),:ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือที่เรียกกันว่า “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ระบุว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย (1) พระมหากษัตริย์ (2) พระราชินี (3) รัชทายาท หรือ (4) ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”

ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ),: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระบุว่า ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจ ในตำแหน่ง โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ เพื่อให้ บุคคลใด มอบให้ หรือ หามาให้ ซึ่ง ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด แก่ ตนเอง หรือ ผู้อื่น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท หรือ ประหารชีวิต

ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ):ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต

ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ):ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ข้อมูลข่าว/คลิป จาก มติชนทีวี

 MThai News