สภาถกเดือด 11 ชั่วโมงรวดก่อนลงมติผ่านงบฯปี 52

Home / ข่าวทั่วไป / สภาถกเดือด 11 ชั่วโมงรวดก่อนลงมติผ่านงบฯปี 52

e0b8a1e0b8b2e0b8a3e0b98ce0b881-e0b980e0b889e0b8a5e0b8b4e0b8a1

ถกเดือด 11 ชั่วโมง ก่อนสภาลงมติผ่านงบฯปี 52 ? อภิสิทธิ์ ? แฉปิดท้าย ซัดรัฐบาลเก่า ถลุงงบกลางไป 2 ใน 3 เหลือให้ ปชป.แค่ส่วนเดียว อ้างงานวิจัยมะกัน เชื่อ ชาวบ้านได้ตังค์ใช้จ่ายไม่ออม

(29ม. ค.) 00.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงปิดท้ายการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประ มาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณพ.ศ.2552 ว่า แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้นไม่ได้มีเฉพาะแผนงบประมาณที่เสนอต่อสภา วันนี้ แต่ยังมีเงินหลายกลุ่มที่จัดอยู่นอกงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจหรือการผลิต โดยเฉพาะเกษตรกร รัฐบาลนี้ได้ทุ่มเทการแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตรทั้งหมด 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งมากกว่างบประมาณทั้งหมดใน พ.ร.บ.นี้ ยังไม่นับการอนุมัติ 600 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนกองทุนฟื้นฟูเฉพาะที่กำลังจะถูกยึดที่ดิน

นอกจากนี้ยังมีโครงการเศรษฐกิจพอเพียงที่จะลงไปสู่ภาคชนบท ซึ่งยอมรับว่าเป็นการต่อยอดมาจากนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน แต่อะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์ก็จะทำ โดยโครงการเศรษฐกิจพอเพียงจะบริหารจัดการให้ตรงกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ มากที่สุด โดยใช้เงินเพื่อความยั่งยืนจริงๆ รวมทั้งรัฐบาลยังทุ่มเงินนอกงบประมาณฟื้นฟูการท่องเที่ยว โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ลดค่าธรรมเนียมการใช้ท่าอากาศยาน ยกเว้นค่าธรรมเนียมธุรกิจโรงแรม และรัฐบาลนี้จะดำเนินการเพื่อให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อด้วยความ มั่นใจมากขึ้น

นาย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการจ่ายเงินเข้ากระเป๋าประชาชนในหลายกลุ่มนั้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ชัดเจน ที่หลายคนแย้งว่าประชาชนจะไม่ใช้เงินแต่จะนำไปออม ซึ่งจากผลการวิจัยในสหรัฐฯพบว่าคนยิ่งจนเท่าไหร่ยิ่งใช้มากเท่านั้น ซึ่งคนไทยจนกว่าคนสหรัฐฯจึงเชื่อว่าจะใช้เงินที่ได้รับอย่างแน่นอน ส่วนที่ฝ่ายค้านวิจารณ์การตั้งงบกลางจำนวน 4 พันล้านบาทนั้น ไม่ได้กันไว้ เพื่อใช้ตามใจชอบแต่ต้องสำรองไว้ เพราะตัวเลขงบประมาณตามนโยบายหลายตัวยังไม่นิ่งเช่นนโยบายจ่ายเงิน 2 พันบาทนั้นหากยังมีช่องโหว่ตรงไหนก็จะใช้งบกลางเข้าไปเสริมได้ทันที และงบกลางของรัฐบาลนี้เหลือเพียง 1 ใน 3 เพราะ 2 ใน 3 นั้นรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ได้ใช้ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม อย่าคิดว่าการจัดงบประมาณครั้งนี้ทำไปเพื่อการเมือง เพราะตนไม่แน่ใจว่าจะจัดงบฯอย่างไรให้พ้นจากข้อกล่าวหาทางการเมือง แต่ตนคิดว่างานไหนจำเป็น เร่งด่วนก็จะทำ มีการตั้งข้อสังเกตว่างบกลาง 4 พันล้าน เป็นเพราะอยากใช้ตามใจชอบ เรียนว่าที่สำรองเพราะตัวเลขหลายอย่างยังไม่นิ่ง เช่น เบี้ยยังชีพ หรือนโยบายจ่ายเงิน 2 พันบาทหากไม่ทั่วถึงก็ให้ดึงจากงบกลางไปใช้ วันนี้รบ.ที่แล้วใช้งบฯไปแล้ว 2 ใน 3 รบ.นี้เหลือ 1 ใน 3 วิจารณ์มาตการข้าวสาร

? สถานการณ์การเงินของเราขณะนี้ทำให้ต้องคิดถึงการกู้เงินจากต่างประเทศ เพราะเรายอมรับว่าจะจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 10 เปอร์เซ็นต์ เราจะไม่พูดเท็จต่อสถานการณ์จริง แต่ถึงจะเกิดความผันผวนในเศรษฐกิจโลกเราได้มีแผนรับมือทุกอย่างไว้แล้ว ไม่ว่าการขนส่งขนาดใหญ่รถไฟ รถไฟฟ้า ก็ยังอยู่ครบถ้วน แต่ที่สำคัญที่สุดขณะนี้คือเราต้องมุ่งเน้นให้คนมีกำลังซื้อเพื่อพยุงให้ เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ ? นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 00.30 น. การประชุมเริ่มโกลาหลขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อนาย ชินวรณ์ บุญเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล ได้เสนอให้ปิดการอภิปราย โดยนาย ชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นด้วยแต่นาย วิโรจน์ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา พยายามที่จะอภิปรายอยู่เป็นเวลาร่วมสิบนาที จนในที่สุดนายชัย ต้องขอให้นายชินวรณ์ ถอนญัตติปิดอภิปรายแล้วให้นายวิโรจน์ อภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับงบประมาณในการอบรมฝีมือแรงงานการท่องเที่ยว ในที่สุดนายชินวรณ์ ได้เสนอญัตติปิดการอภิปรายอีกครั้ง โดยก่อนลงมตินายชัย ได้ขอตรวจสอบองค์ประชุมปรากฏว่าในห้องประชุมมีส.ส.ทั้งหมด 257 คน จากนั้นเวลา 00.45 น. ที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการด้วยเสียง 238 ต่อ 1 งดออกเสียง 4 และไม่ออกเสียง 15 เสียง โดยมีผู้ลงคะแนนทั้งหมด 258 คน

ต่อมาที่ประชุมได้ ตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญ 35 คน โดยจากพรรคเพื่อไทย 10 คน ประชาธิปัตย์ 10 คน ภูมิใจไทย 2 คน เพื่อแผ่นดิน 2 คน ชาติไทยพัฒนา 1 คน รวมใจไทยชาติพัฒนา 1 คน กิจสังคม 1 คน ประชาราช 1 คน ราษฎร 1 คน กำหนดการแปรญัตติภายในเวลา 5 วัน และได้นัดประชุมกมธ.นัดแรกวันพฤหัสบดีที่ 29 ม.ค.เวลา 15.00 น. ในที่สุดเวลา 01.00 น.นายชัย สั่งปิดการประชุมในเวลา 01.00 น. รวมเวลาการพิจารณาพ.ร.บ.ฉบับนี้ทั้งหมด 11 ชั่วโมง
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก คมชัดลึก