ฝากขังเสธ.เจี๊ยบแล้วค้านประกัน-ค้นโกดังโยงพงศ์พัฒน์

Home / ข่าวทั่วไป / ฝากขังเสธ.เจี๊ยบแล้วค้านประกัน-ค้นโกดังโยงพงศ์พัฒน์
เจ้าหน้าที่คุมตัว กก.เรือด่วนเจ้าพระยา เอี่ยว “พงศ์พัฒน์” ฝากขังศาลทหารกรุงเทพฯ ผลัดแรก-ค้านประกันตัวหวั่นหนี ขณะ จนท.ตรวจค้นโกดังเก็บของเครือข่าย “พงศ์พัฒน์” พบเฟอร์นิเจอร์นำเข้า งาช้าง วัตถุโบราณ

พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัว น.ท.ปริญญา รักวาทิน หรือ เสธ.เจี๊ยบ อายุ 52 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ในข้อหาร่วมกันหมิ่นสถาบัน ตามมาตรา 112 ร่วมกันทำร้ายผู้อื่น, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด

ฝากขังเสธ.เจี๊ยบ
ฝากขังเสธ.เจี๊ยบ

โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้ต้องหาร่วมกับเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาขออำนาจศาลทหารฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันนี้ (8 ธ.ค.) ถึง วันที่ 19 ธ.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จต้องสอบพยานเพิ่มเติม พร้อมคุมตัวผู้ต้องหาไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากปล่อยตัวไปผู้ต้องหาอาจหลบหนี

จนท.ตรวจค้นโกดังเก็บของเครือข่ายพงศ์พัฒน์

พล.ต.ต.ประสพโชค พร้อมมูล ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และ นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ผอ.สำนักพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรมศิลปากร เข้าตรวจสอบโกดังเก็บของบริเวณด้านหลังสวงค์อพาร์ตเม้นต์ เลขที่ 16/21 และร้านสวงค์แอนทีค เลขที่ 16/5 ริมถนนแจ้งวัฒนะ ของ นางสวงค์ มุ่งเที่ยง และ นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช ผู้ค้าโบราณวัตถุที่มีความเกี่ยวข้องกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง

จากตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร ระบุว่า พบเป็นเฟอร์นิเจอร์ของประเทศจีน และประเทศทางยุโรปนำเข้า ไม้แกะสลักลงรักปิดทองขาสิงห์ของประเทศไทย พระพุทธรูปหล่อโลหะผสมจากประเทศพม่า

ด้าน พล.ต.ต.ประสพโชค เปิดเผยว่า ทั้งนี้ภายในโกดังดังกล่าวพบว่ามีการซุกซ่อนของกลางเป็น งาช้าง ไม้ และโบราณวัตถุ ซึ่งได้มีการประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบแล้ว ซึ่งในวันนี้ได้ประสานงานเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้ามาตรวจสอบว่าโบราณวัตถุภายในโกดังดังกล่าวมีทั้งหมดกี่ชิ้น และถูกกฎหมายหรือไม่ รวมถึงมีใบอนุญาตการค้าโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุหรือไม่ หากพบว่าผิดกฎหมายจะต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่ นายสหภูมิ เปิดเผยว่า จากที่ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นศิลปวัตถุและโบราณวัตถุ และส่วนใหญ่เป็นของทำเลียนแบบขึ้น และไม่มีใบอนุญาตการค้าโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ แต่ยังไม่พบโบราณวัตถุที่กรมศิลปากรห้ามทำเลียนแบบ 9 รายการ หลังจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและจัดทำบัญชีโบราณวัตถุเพื่อตรวจสอบเทคนิคการทำปลอมแปลงและวัสดุในการผลิตรวมทั้งครอบครองอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งคาดว่าใช้เวลาไม่นาน