จัด อุเทน-ปทุมวัน จับมือหย่าศึก ตร.ให้รร.ส่งประวัตินร.ขาลุย

Home / ข่าวทั่วไป / จัด อุเทน-ปทุมวัน จับมือหย่าศึก ตร.ให้รร.ส่งประวัตินร.ขาลุย

e0b8ade0b8b8e0b980e0b897e0b899-e0b89be0b897e0b8b8e0b8a1e0b8a7e0b8b1e0b899-e0b888e0b8b1e0b89ae0b8a1e0b8b7e0b8ad

ศธ. คลอด 8 มาตรการล้อมคอกน.ศ.ฆ่ากัน รมช.ศธ.ชี้โซตัสต้นเหตุพฤติกรรมโหดสั่งเลิกด่วน ปัดสั่งงดรับน.ศ.-ปิดสถาบันหวั่นกระทบเด็กส่วนใหญ่ “อุเทนถวาย” สั่งปิดเรียนวัน”บลูเดย์” วันสถาปนาสถาบัน อธิการบดีปทุมวัน เข้าร.พ.เช็กความดัน แต่โต้ไม่ได้ลาออกเพราะเหตุน.ร.ตีกัน และจะอยู่ช่วยงานต่ออีก 3 เดือน ผบช.น.ประชุมแก้ปัญหา น.ร.นักเลง ได้แนวทางให้สถาบันส่งประวัติหัวโจกทั้งศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบัน เวลาเกิดเรื่องจะได้ขอหมายศาลเข้าค้นได้รวดเร็ว “จงรัก” เรียกอาจารย์และตัว แทนน.ศ.อุเทน-ปทุมวัน มาจับมือหย่าศึกกัน เผยทั้งสองทำอย่างไม่ค่อยเต็มใจ แลกดอกไม้ จับมือกันแบบแกนๆไม่สบตา ไม่พูดกัน

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว. ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์นักศึกษาช่างกลทำร้ายร่างกายกัน ถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตว่า วันนี้ตนจะนัดตัวแทนของ 2 สถาบัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกัน ว่าจะมีทางออกในทางแก้ปัญหาอย่างไร และคงต้องใช้มาตรการด้านการป้องปรามและมาตรการลงโทษอย่างเด็ดขาดควบคู่กันไป โดยจะเริ่มต้นที่ตัวสถาบันและอาจารย์

“ถ้าสถาบันกวดขันอย่างจริง จังและดูแลเอาใจใส่จริงๆ ชี้นำนักศึกษาไปในทางที่ถูกต้อง คิดว่าคงจะสามารถคลี่คลายปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าพบว่ายังกระทำความผิดอีก คงต้องดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมาย มีมาตรการลงโทษอยู่แล้ว เช่น ถ้าหากมีครูเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีนักศึกษาตีกัน ก็จะถูกลงโทษทางวินัยของสถานศึกษาและต้องถูกลงโทษทางอาญา ทั้งนี้หากสถานศึกษาใดไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ปล่อยให้เกิดขึ้นเรื้อรัง คณะกรรมการอุดมศึกษา(กกอ.) สามารถที่จะเสนอมาตรการขึ้นมาใช้ลงโทษด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง หรืออาจจะพิจารณาให้หยุดการเรียนการสอน ในภาควิชาสาขานั้นๆ หรือถึงขั้นปิดสถานศึกษา” นายจุรินทร์ กล่าว

ที่สำนักงานคณะกรรมการ อุดมศึกษา(สกอ.) นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางเพื่อหามาตรการในการแก้ปัญหานักเรียน นักศึกษาทำร้ายกัน ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ นายวันชัย มั่นคง รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย นายวิศิษฐ์ ปทุมสุวรรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน สำนักงานกรมตำรวจแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยใช้เวลาในการหารือนานกว่า 3 ชั่วโมง

จากนั้นนายชัยวุฒิ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมาตร การในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ที่ทุกมหาวิทยาลัยจะต้องนำไปปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงสถาบันเทคโนโลยีปทุม วัน หรืออุเทนถวาย เท่านั้น ประกอบด้วย 1.มหาวิท ยาลัยต้องให้ความร่วมมือรักษากฎระเบียบของสถาบันอย่างเข้มงวด รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด 2.มหาวิทยา ลัยต้องมีระบบติดตามดูแลความประพฤตินักศึกษาอย่างเข้มงวด และจริงจังกว่าเดิม 3.มหาวิทยาลัยต้องระดมความร่วมมือกับศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และนักศึกษาปัจจุบัน เพื่อปรับเปลี่ยนระบบโซตัส หรือการรับน้อง เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ 4.มหาวิทยาลัยต้องให้ความร่วมมือแก่ตำรวจในการเข้าไปตรวจเยี่ยม พฤติกรรมของนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย

5.มหาวิทยาลัยต้องตรวจสอบรถทุก ชนิดที่เข้าออกสถาบันการศึกษาอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่เหมาะสม เข้ามาได้ 6.มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาปรับปรุงระบบกล้องวงจรปิดภายในสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะบริเวณหน้ามหาวิทยาลัย 7.มหาวิทยาลัยต้องพยายามเฝ้าติดตามบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง โดยคอยดูแลพฤติกรรม และ 8. ให้ทุกมหาวิทยาลัยทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสร้างความสามัคคี ละลายพฤติกรรมความขัดแย้งต่างๆ ซึ่งจะนำมาตรการดังกล่าว เสนอรมว.ศึกษา ธิการ พิจารณาออกเป็นนโยบายระดับชาติต่อไป

ด้านนายวันชัย กล่าวว่า วิทยาเขตอุเทนถวาย เห็นด้วยกับที่ประชุมที่ได้กำหนดมาตรการขึ้นมา ซึ่งยินดีให้ความร่วมมือทุกด้านในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตามเนื่องจากวันที่ 1 ก.พ.นี้ เป็นวันบลูเดย์ หรือวันสถาปนาสถาบันฯ ตนได้สั่งปิดมหาวิทยาลัยเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 28-30 ม.ค.นี้ เพื่อป้องกันความขัดแย้ง ความรุนแรง รวมถึงความปลอดภัยของนักศึกษาด้วย และในวันงานได้ขอความร่วมมือจากจากตำรวจ จัดส่งตำรวจนครบาล 1 กองร้อยเพื่อป้อง กันเหตุด้วย

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สถาบันฯปทุมวัน ขอยืนยันว่าจะนำมาตรการในวันนี้ไปหาทางออกในการแก้ปัญหาความรุนแรง รวมทั้งปรับเปลี่ยนระบบการดูแล ระบบโซตัส และตรวจสอบผู้ที่พ้นสภาพนักศึกษาอย่าง เข้มงวด

การประชุมครั้งนี้ นายสมเกียรติ จงประสิทธิ์พร อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ไม่ได้เข้าร่วมประชุม มอบหมายให้รองอธิการบดี เป็นผู้แทน จากการสอบถามไปยังนายสมเกียรติ กล่าวว่า ตนได้ยื่นหนังสื่อลาออกมาตั้งแต่เมื่อ 1 เดือนที่แล้วให้มีผลวันที่ 31 ม.ค. สาเหตุเพราะได้มาช่วยราชการในตำแหน่งนี้มาประมาณ 8 เดือนแล้ว ทั้งที่จริงตำแหน่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนครเหนือ(มจพ.) ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับไปทำงานให้กับหน่วยงานที่สังกัดจริง อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะยื่นหนังสือลาออกแล้ว แต่ทางสภาฯขอให้ช่วยทำงานต่อ ซึ่งตนรับที่จะช่วยงานอีก 3 เดือน ส่วนที่มีข่าวว่าลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่สามารถแก้ปัญหานักศึกษาทำร้ายกันได้นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ส่วนที่ไม่ได้เข้าประชุมเพราะอยู่ระหว่างตรวจสุขภาพและนอนพักรักษาตัวที่ร. พ. เนื่องจากปัญหาความดันโลหิต

วันเดียวกัน นายนักสิทธิ์ คูวัฒนาชัย นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวว่า นายสมเกียรติ ได้ยื่นหนังสือลาออกต่อสภามหาวิทยาลัยฯ แล้ว โดยจะมีผลในวันที่ 31 ม.ค.นี้ สำหรับสาเหตุนั้น นายสมเกียรติ ชี้แจงว่าตนเองไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปให้ได้ผลดีเท่าที่ควร จึงคิดว่าขอลาออกเพื่อให้สภาฯ ได้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน

“ปัญหาความขัดแย้งจน นำไปสู่ความรุนแรงระหว่าง นักศึกษา 2 สถาบัน เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นายสมเกียรติลาออก เพราะคิดว่าตัวเองอาจจะปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ ซึ่งทางสภาฯ เองก็พยายามทัดทานแล้ว แต่เมื่อท่านยืนยัน ก็เคารพในการตัดสินใจ” นายนักสิทธิ์ กล่าว

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. นัดหมายให้อาจารย์ และตัวแทนนักศึกษาจากวิทยาเขตอุเทนถวาย และเทคโนโลยีปทุมวัน มาจับมือยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างสถาบันที่ยืดเยื้อมานาน จนเกิดเหตุนักศึกษาทั้ง 2 สถาบันยิงกันเสียชีวิต โดยวิทยาเขตอุเทนถวาย มีนายมนูญ จิตสำเริง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา นายอารมย์ สมัครณรงค์ นายกองค์การนักศึกษา และตัวแทนอีก 5 คน ซึ่งมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนนายพรพจน์ โสภาเจริญ ที่ถูกยิงเสียชีวิตร่วมอยู่ด้วย ด้านเทคโนโลยีปทุมวัน มี รศ.วิศิษฐ์ ปทุมสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ นายเพลิน คงสุวรรณ นายกองค์การนักศึกษา และตัวแทนอีก 3 คน เมื่อทั้ง 2 สถาบันมาพร้อมแล้ว ก็ลุกขึ้นจับมือกัน จากนั้นก็แลกดอกไม้ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยไม่สบตากัน ไม่กล่าวอะไรกัน

หลังการจับมือผู้สื่อข่าวพยายามซักถามความคิดเห็น นักศึกษาในการมาจับมือครั้งนี้ จะทำให้ยุติปัญหาความขัดแย้งหรือไม่ โดยนายอารมย์ ตอบเพียงว่า ก็คิดว่าเลิกทะเลาะกันได้

ด้านนายเพลิน กล่าวว่า การมาจับมือครั้งนี้มีนิมิตหมายที่ดี จากนี้ไปจะไปสร้างความเข้าใจกับเพื่อนร่วมสถาบัน เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีการจับมือกันหลายครั้งแต่ก็ยังมีปัญหา นายเพลินกล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น

ส่วนนายปทีป โพธิ์เกษม นายกสโมสรนักศึกษา อุเทนฯ กล่าวว่า เรื่องที่ผ่านมาไม่ได้ติดใจ ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น ต่อไปอะไรๆ ก็น่าจะดีขึ้น เพื่อนก็น่าจะฟังในสิ่งที่ตนพูด เพราะเขาเลือกให้เป็นตัวแทนแล้ว

รศ. วิศิษฐ์ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้นักศึกษาเต็มใจมาด้วยความสมัครใจ ไม่ได้บังคับ แต่เรื่องขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกิดจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกันมานาน อีกทั้งการที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกันก็ต้องมีความขัดแย้งกันบ้าง แต่ต่อไปเมื่อมีการจับมือกันแล้วก็ไม่น่าจะมีอีก เชื่อว่านักศึกษาต่างก็มีความตั้งใจที่จะไม่ให้มีเรื่อง

พล.ต.อ.จง รัก กล่าวว่า วันนี้ทั้ง 2 ฝ่ายมาด้วยความสมัครใจ มาจับมือกันเพื่อความปรองดอง ต่อไปจะไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันอีก จะได้เป็นพี่น้องกัน ให้นึกถึงพ่อแม่ส่งมาเรียนก็จะได้ตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่ทะเลาะกันอีกต่อไป

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท. สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับ รองผบช.น. ผบก.น.1-9 และหน่วยที่เกี่ยว ข้อง เพื่อวางมาตรการแก้ไขปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทกันในพื้นที่ กทม.ว่า ในวันนี้ได้มอบนโยบายให้ บก.น.1-9 ไปสำรวจสถาบันต่างๆ ตลอดจนจุดล่อแหลมที่นักศึกษาตีกัน ให้สำรวจและวางมาตรการป้องกัน ก่อนรายงานมายังบช.น. ภายในวันที่ 30 ม.ค.นี้ เพื่อมาปรับแผนใหญ่ในภาพรวมอีกครั้ง

ผบช.น. กล่าวว่า ตนได้วางหลักใหญ่ๆ แนวทางให้แต่ละบก.ไปดำเนินการคือ ให้เข้าปิดล้อมตรวจค้นสถาบันที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุตีกัน โดยให้ประสานกับอาจารย์ และเข้าไปตรวจค้น จากนั้นก็กวาดล้างสิ่งที่อาจเป็นอาวุธต่างๆ ให้ตรวจค้นสำรวจที่หน้าประตูทางเข้า วันที่นักศึกษาเข้าออกเพื่อตรวจค้นอาวุธ นอกจากนี้ให้ทำการติดตั้งทีวีวงจรปิดตามทางเข้าและบริเวณโดยรอบ มองเห็นได้จากฝั่งตรงข้ามได้ สิ่งต่อมาคือให้จัดทำประวัติของศิษย์เก่าและปัจจุบันโดยเฉพาะหัวโจก เพื่อให้ตำรวจเอาไว้เป็นข้อมูลตรวจสอบติดตามพฤติการณ์ หากพบว่าจะมีการกระทำผิดจะได้ขอหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นบ้านของนักศึกษาราย นั้นๆ จะต้องทำประวัติศิษย์ปัจจุบันที่มีพฤติ การณ์เกเร รวมทั้งนักศึกษาปี 1 ที่เข้าใหม่ทั้งหมด เพื่อติดตามพฤติการณ์

ผบช.น. กล่าวว่า มาตรการอื่นๆ คือ ให้ตั้งจุดตรวจ ตามจุดต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุของทุกพื้นที่ จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเป็นวิทยากรให้นักศึกษาสถาบัน ต่างๆ เพื่อให้การอบรมความรู้ถึงโทษการตีกัน ประ สานกับทางสถาบันช่วยกันหาวิทยากรมาละลายพฤติกรรมนักศึกษาในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ จากนั้นจะให้สถาบันที่มีปัญหากันมาทำกิจกรรมร่วมกัน ส่วนระยะยาวก็ต้องฝากทางกระทรวงศึกษาฯและสถาบัน กลั่นกรองคนที่จะเข้ามาศึกษา ไม่ใช่เปิดรับหมด

สำหรับความคืบหน้าคดี คนร้ายยิงนักศึกษาอุเทนถวาย ที่ใกล้แยกเกษตรฯ นั้น ผบช.น. กล่าวว่า มีความคืบหน้าถึงขั้นออกหมายจับคนร้ายตามภาพถ่ายแล้ว กำลังดำเนินการทางข่าวอยู่น่าเชื่อว่าจะรู้ตัวเร็ว ไม่น่าจะยากในการขยายผลคดีต่อ

พ.ต.อ.ดุสิต สมศักดิ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ กล่าว ถึงคืบหน้ากรณีคนร้ายคาดว่าเป็นนักเรียนคู่อริดักยิงนายคณิณ ทองอู๋ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เสียชีวิตปากซอยสุขสวัสดิ์ 52 เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่าเจ้าหน้าที่ได้นำภาพสเกตช์ให้ชาวบ้านดูเผื่อว่าจะมีใครเห็นหน้าของคนร้าย ในวันศุกร์นี้ ผบช.น.จะเรียกประชุมตำรวจนครบาล คาดว่าจะมีการตั้งรางวัลเงินนำจับ 1 แสนบาท

เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช ผบก. น.8 พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ขำคง รองผบก. พ.ต.อ.ดุสิต สมศักดิ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พ.ต.ต.ณัฐจักร จันลา สว.สส. ร.ต.อ.สมโภชย์ อินทจักร รองสว.สส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายจิรพัส หรือนก รุ่งเนียม อายุ 18 ปี นักศึกษาปวช.ปี 3 แผนกช่างไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันเทคโนโลยีสยาม อยู่บ้านเลขที่ 171/3 หมู่ 2 ต.บ้านคลองสาน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยจับกุมตัวได้ที่ร.พ. ราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กทม.

พ.ต.อ.จีรศักดิ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเย็น วันที่ 27 ม.ค. สน.ราษฎร์บูรณะ ก็ได้รับแจ้งเหตุนักเรียนช่างกลตะลุมบอนกัน มีผู้บาดเจ็บที่แยกประ ชาอุทิศ จึงรุดไประงับเหตุ พบว่ากลุ่มนักเรียนแยกย้ายกันไปแล้ว พบว่ามีนักเรียนสถาบันเทคโนโลยีสยาม ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไปรักษาตัวที่ร.พ.ราษฎร์บูรณะ มีกลุ่มเพื่อนๆ มารวมกันที่ด้านหน้าร.พ.เป็นจำนวนมาก จึงควบคุมตัวทั้งหมดเพื่อทำประวัติ จากข้อมูลทราบว่านายจิรพัส มีหมายจับร่วมกันฆ่าผู้อื่นในท้องที่ สน.ราษฎร์บูรณะ เมื่อเดือนส.ค. 51 ติดตัวอยู่ จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน

ร.ต.อ.สมโภชย์ กล่าวว่า สำหรับนายจิรพัสเคยร่วมกับพวกใช้ปืนยิงใส่นายนิพิฐพัฒน์ วรพฤกษ์พิกุล อายุ 18 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 3 แผนกช่างยนต์ สถา บันเทคโนโลยีกรุงธน เสียชีวิต ที่ปากซอยประชาอุทิศ 26/7 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม. เมื่อวันที่ 15 ส.ค.51 ซึ่งเป็นวันสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีสยาม ก่อนหลบหนีไปจนกระทั่งมาปรากฏตัวจึงถูกจับกุม

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด