ไม่สนเสียงด่า! นายกฯเล็กกระบี่ แจงโค่นมะหาดร้อยปีทำศิลปะ

Home / ข่าวทั่วไป / ไม่สนเสียงด่า! นายกฯเล็กกระบี่ แจงโค่นมะหาดร้อยปีทำศิลปะ

นายกเล็กเมืองกระบี่ ชี้แจงตัดไม้มะหาดอายุ 100กว่าปี สร้างงานศิลปะเพื่อประโยชน์ ชี้เสาประติมากรรมอยู่คู่เมืองกระบี่ได้ 100 ปี ไม่ติดใจกระแสสังคม เผยตั้งชื่อประติมากรรมว่า “ตายเพื่อเกิด”

กรณีที่มีการถกเถียงกันอย่างหนักในสังคมออนไลน์ ถึงความเหมาะสมกรณีที่นายอัครเดช จักรจินดา จากกลุ่มเซฟกระบี่ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Akradej Chakjinda ถึงเรื่องราวของการสร้างผลงานศิลปะของ ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ และนายคัตสึมิ มูไก ศิลปินชาวญี่ปุ่น ด้วยการตัดต้นไม้เก่าแก่อายุ 100 กว่าปี มาสร้างเป็นงานศิลปะ เพื่อจัดแสดงที่บริเวณริมเขื่อนเจ้าฟ้า หน้าเมืองกระบี่

ไม้มะหาด
ไม้มะหาดอายุ 100กว่าปี

ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวได้มีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ถึงความไม่เหมาะสม ในการทำลายธรรมชาติเพื่อนำมาสร้างงานในลักษณะนี้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วานนี้ (19 ก.พ.) นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกระบี่ กล่าวว่า สำหรับไม้มะหาด ตำนานประติมากรรมหน้าเมืองกระบี่ นายสุวรรณ มุคุระ เจ้าของไม้มะหาด อายุ 143 ปี ได้มอบไม้ต้นนี้ที่อยู่ในโฉนดที่ดินของตนเองให้กับเทศบาลเมืองกระบี่ เพื่อนำมาแกะสลักเป็นเสาประติมากรรมจำนวน 5 ท่อน โดยมีอาจารย์กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ ร่วมกับมูไก ศิลปินจากประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ดำเนินการสร้างประติมากรรมที่หน้าเมืองกระบี่ ซึ่งถือว่าเกิดประโยชน์กับจังหวัดกระบี่ เพราะเสาประติมากรรมชิ้นนี้สามารถอยู่คู่เมืองกระบี่ได้เป็น 100 ปี

ซึ่งเดิมทีทางเจ้าของเดิม ก็เตรียมจะโค่นอยู่แล้ว เพื่อนำไปสร้างบ้าน แต่ตนได้ไปขอมาสร้างประติมากรรม ซึ่งทางเจ้าของก็เห็นด้วย และเห็นว่ามีประโยชน์ จึงได้มอบให้เทศบาลเมืองกระบี่ และไม่คาดคิดว่าจะเกิดกระแสสังคมต่อต้านและโจมตีอย่างหนักจากบุคคลที่ไม่เห็นด้วย แต่ตนก็ไม่ได้ติดใจเอาความ โดยจะถือว่านี่คือกระแสการอนุรักษ์ ที่สังคมแสดงออกมา และขอให้ต้นไม้ต้นนี้เป็นต้นสุดท้ายที่ถูกโค่นทำลาย โดยจะตั้งชื่อประติมากรรมชิ้นนี้ว่า “ตายเพื่อเกิด”

ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่า ต้นไม้มะหาด ไม่ได้จัดอยู่ในบัญชีหวงห้ามของกรมป่าไม้ หากต้นไม้อยู่ในพื้นที่เอกชนหรือพื้นที่ส่วนบุคคล ก็สามารถตัดโค่นได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตใดๆ แต่กรณีที่เกิดขึ้นอาจจะส่งผลกระทบด้านทางจิตใจ และจิตใต้สำนึกของผู้ที่พบเห็นภาพมากกว่า

MThai News