เขื่อนหลักยังวิกฤต อุตุฯชี้ต้องลุ้นฝนถึง 20 ก.ค.

Home / ข่าวทั่วไป / เขื่อนหลักยังวิกฤต อุตุฯชี้ต้องลุ้นฝนถึง 20 ก.ค.

4 เขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยายังคงวิกฤต เหลือน้ำใช้ 20-30 วัน ทางด้านเขื่อนแถบอีสานก็ยังคงน่าเป็นห่วง เร่งขุดบ่อบาดาลเพิ่มเติม บรรเทาภัยแล้ง

วันนี้ 13 ก.ค. สถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนบน ของวันนี้ (13 ก.ค.) ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศก็ยังมีปริมาณน้ำเหลือน้อยมาก โดยเฉพาะใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

จากข้อมูลพบว่ามีปริมาณน้ำคงเหลือรวมกัน 587 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างรวมกันแค่ 10.56 ล้าน ลบ.ม./วัน ในจำนวนนี้เป็นน้ำที่ไหลลงอ่างของเขื่อนสิริกิติ์มากที่สุด คือ 7.30 ล้าน ลบ.ม./วัน ขณะที่มีการระบายน้ำอยู่ที่วันละ 28.29 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งน้ำจำนวนนี้จะพอใช้อีกไม่เกิน 20-30 วัน

หากดูจากข้อมูลล่าสุด เขื่อนภูมิพล จะเหลือน้ำใช้เพียง 19 วัน เขื่อนสิริกิติ์ เหลือน้ำใช้ 19 วัน ในส่วนของเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เหลือน้ำใช้ 32 วัน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะเหลือน้ำใช้ 31 วัน ซึ่งถือว่าปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีฝนตกลงมาบ้างแต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานด้านการเกษตร และอุปโภค บริโภค

ซึ่งการระบายน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ ได้จะเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำให้ครบ 3 เครื่อง ให้แล้วเสร็จภายในค่ำวันนี้ เพื่อผลักดันน้ำจำนวน 17 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ จ.ลพบุรี พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกร
จ.ชัยนาท งดสูบน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 16 กรกฎาคม เพื่อให้น้ำสามารถเดินทางไปถึง จ.ลพบุรี ได้ใน 3 วัน

เขื่อนภูมิพล

สำหรับเขื่อนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เขื่อนลำตะคอง เขื่อนขนาดใหญ่ ใน จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำลดลงเหลือเพียง 51 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 314 ล้าน ลบ.ม. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคองต้องลดการปล่อยน้ำเหลือวันละ 4 แสนลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน อ.สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ และ อ.เมือง ต้องขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค

ในส่วนของเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนขนาดใหญ่ใน จ.ขอนแก่น มีปริมาณน้ำใช้งานได้เพียง 97 ล้าน ลบ.ม. หรืออีกประมาณ 37 วัน แม้จะมีฝนตกลงมาบ้างแต่ยังคงไม่สามารถที่จะคลี่คลายสถานการณ์ในภาพรวมได้ ซึ่งขณะนี้พบว่ามีพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งครอบคลุม 9 อำเภอ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอทางตอนบนและตอนล่างของจังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก

เขื่อนสิรินทร และเขื่อนลำนางรอง ยังคงงดปล่อยน้ำจากเขื่อนให้กับเกษตรกร เนื่องจากหากปล่อยน้ำในระยะนี้จะมีผลกระทบกับน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค หลังฝนตกน้อย ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำเหลือน้อย แต่ยังมีปริมาณที่ไม่มากพอในการระบายเพื่อการเกษตร และการอุปโภค บริโภคได้ โดยภาพรวมวิกฤตภัยแล้งในภาคอีสานยังคงน่าเป็นห่วง

อย่างไรก็ตามทางกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าจะมีร่องมรสุมพัดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำให้มีฝนตกและตกหนักบางแห่ง แต่ต้องเฝ้าติดตามว่าฝนที่ตกลงมา จะตกใต้เขื่อนหรือเหนือเขื่อน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าหากสถานการณ์น้ำยังวิกฤตอยู่เช่นนี้ (จนถึงวันที่ 20 กรกฎาคมยังมีฝนตกเหนือเขื่อนน้อย) กรมชลประทานอาจต้องสั่งลดการระบายน้ำในเขื่อนหลักทั้ง 4 แห่งลงอีก

MThai News

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com