เจอแล้ว! โชเฟอร์แท็กซี่เขียวเหลือง รับมือบึ้มไปส่งหัวลำโพง

Home / ข่าวทั่วไป / เจอแล้ว! โชเฟอร์แท็กซี่เขียวเหลือง รับมือบึ้มไปส่งหัวลำโพง

คนขับแท็กซี่เขียวเหลือง เข้าให้ปากคำตำรวจหลังปรากฏในวงจรปิด รับคนร้ายไปส่งหัวลำโพงก่อนก่อเหตุระเบิด ยืนยันไม่ใช่คนไทยแน่นอน

ช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี คนขับรถแท็กซี่ที่รับคนร้ายชายก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ จากศาลาแดงมาส่งที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เดินทางเข้าให้การกับ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก.

 

9

 

โดยมีทีมตำรวจตรวจพิสูจน์หลักฐาน เก็บหาลายนิ้วมือคนร้ายภายในรถทันที โดยก่อนหน้านี้ นายเอได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจ สน.ลุมพินี ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และ ตำรวจกองบังคับการกองปราบปรามไปแล้ว

ทั้งนี้ นายเอ ระบุว่า ตนไม่ทราบเรื่องว่าตำรวจติดตามรถของตน เพิ่งมาทราบเมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) เวลาประมาณ 20.00 น. เพราะพี่สาวโทรมาบอกว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อมา และเมื่อได้ดูกล้องวงจรปิดก็เป็นรถตนจริงๆ วันเกิดเหตุประมาณ 16.00 น. รับคนร้ายที่มาเพียงลำพังจากศาลาแดงไปส่งที่หัวลำโพง แต่ไม่ได้เข้าไปส่งในหัวลำโพง ส่งแค่เลียบคลองบริเวณนั้น

ตอนรับขึ้นมาก็มีท่าทางปกติ พูดคำว่าหัวลำโพงภาษาไทยไม่ชัด คล้ายฝรั่งพูดภาษาไทย เมื่อลงจากรถได้จ่ายค่ารถเป็นธนบัตร 100 บาทไทย ระหว่างทางตนไม่ได้มีการพูดคุยกัน ไม่สังเกตว่ามีสัมภาระอะไรบ้าง ไม่แน่ใจว่ามีการใช้โทรศัพท์หรือไม่ เพราะนั่งแบบยื่นมาข้างหน้า ยืนยันว่าไม่ใช่คนไทยแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล/ภาพจาก เดลินิวส์

………………………………………………………….

ตำรวจตรวจวงจรปิดพบแท็กซี่เขียวเหลือง หมวด ‘มฏ’ รับมือระเบิดราชประสงค์ไปส่งที่หัวลำโพง ขณะจับตาอุยกรู์หลังหนีจากค่ายกักกัน

วันที่ 25 ส.ค. จากเหตุการณ์ระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ และบริเวณท่าเรือสาทร ซึ่งตำรวจเชื่อว่าทั้ง 2 เหตุ น่าจะมีส่วนเชื่อมโยงกัน ซึ่งความคืบหน้านั้นมีรายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนได้สุ่มเชิญโชเฟอร์แท็กซี่ในพื้นที่กทม. โดยเน้นเฉพาะแท็กซี่สีเขียวเหลืองมาให้ข้อมูลและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานประมาณ 15 คันนั้น

 

Capture

 

ล่าสุดวานนี้(24ส.ค.) ได้สุ่มเชิญโชเฟอร์แท็กซี่มาให้ข้อมูลอีกครั้ง และจากการเฝ้าสังเกตพบรถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีเขียวเหลือง ทะเบียนหมวดอักษร “มฏ” นำมาบันทึกภาพด้านหน้าด้านข้าง และด้านหลัง ไว้เป็นข้อมูลเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพวงจรปิดรถแท็กซี่ที่คนร้ายนั่งไปก่อเหตุ แต่ในเบื้องต้นไม่พบตัวโชเฟอร์แท็กซี่ของคนร้ายแต่อย่างใด

มีรายงานข่าวด้วยว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมาชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมที่บริเวณรพ.กลาง ใกล้กับตลาดคลองถม สามารถจับภาพรถแท็กซี่คันดังกล่าวไว้ได้ โดยไปส่งคนร้ายที่สถานีรถไฟหัวลำโพงวิ่งเข้าเส้นทางรพ.กลาง ขึ้นสะพานพุทธ ข้ามไปยังฝั่งธนบุรี

และเบื้องต้นคาดว่ารถแท็กซี่น่าจะวิ่งรับส่งผู้โดยสารย่านฝั่งธนบุรีเป็นเส้นทางประจำ จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดย่านถนนสาทร ยานนาวา บุคคโล สมเด็จเจ้าพระยา สำเหร่ เพื่อใช้เป็นเบาะแสติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

ในส่วนการติดตามคนร้ายก่อเหตุที่ท่าเรือสาทร พบภาพวงจรปิดจับภาพคนร้ายถือกระเป๋าพร้อมกับโทรศัพท์ขนาดใหญ่ใช้สนทนาพูดคุยสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต สอดคล้องกับชุดคลี่คลายคดีระบุว่า แอพพลิเคชั่นวีแซทเป็นที่นิยมในกลุ่มชาวจีน มาเลเชีย และชาวตะวันออกกลาง ประกอบกับการใช้แอพพลิเคชั่นยากต่อการติดตามตัว รวมทั้งมีความเป็นไปได้ว่า การที่คนร้ายนำระเบิดมาทิ้งที่ท่าเรือสาทรนั้นเป็นการนำมาทิ้งไว้โดยไม่ประสงค์ต่อชีวิต เนื่องจากการก่อเหตุที่ราชประสงค์สำเร็จแล้ว จึงพยายามทำลายหลักฐาน และหลังจากก่อเหตุแล้ว คนร้ายเดินออกจากท่าเรือสาทรไปยังซอยเจริญนคร 29 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายสามารถจับความเคลื่อนไหวได้

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลกลุ่มชาวอุยกูร์หลบหนีจากค่ายกักกัน หลังจากพบข้อมูลว่าเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มีชาวอุยกูร์หลบหนีออกห้องขังที่ด่านพรหมแดนตรวจค้นเข้าเมือง จ.สระแก้ว17 คน และต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมไว้ได้ 9 คน เหลืออีก 8 คน หลบหนีไปได้ สอดรับกับข้อมูลของทีมสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะมีอยู่ประมาณ 7-8 คน

 

ขอบคุณข้อมูล/ภาพจาก เดลินิวส์

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News