ตะลึง! พบตะปู5ตัวอยู่ในท้องพระ

Home / ข่าวทั่วไป / ตะลึง! พบตะปู5ตัวอยู่ในท้องพระ

tapoopaa

พบตะปูยาวขนาด 3-5 นิ้ว จำนวน 5 ตัว อยู่ในท้องพระอธิการอนุวัฒน์ ที่เคยอ้างถูกคุณไสยเสกตะปูเข้าท้อง นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ 17 วันแล้ว แพทย์ยังไม่ผ่าตัดปล่อยให้ถ่ายออกมาเอง …

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบพระอธิการอนุวัฒน์ วิสุทโธ อายุ 32 ปี เจ้าอาวาสวัดหาดสองแคว หมู่ 3 ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเคยนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ และแพทย์ได้ผ่าตัดเอาตะปูยาวขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ตัว พร้อมเข็มหมุด อีกจำนวน 1 ตัว ที่อยู่ในลำไส้ ออกให้แล้วเมื่อวันที่ 18 พ.ค.? และเจ้าตัวได้ยืนยันว่าถูกคุณไสยเสกเข้าท้อง ซึ่งทางคณะแพทย์ได้ออกมายืนยันว่า เป็นการกลืนกินเข้าไปเอง

ล่าสุด พบว่า พระอธิการอนุวัฒน์ วิสุทโธ พบนอนพักรักษาตัวอยู่เตียงที่ 3 ตึกศัลยกรรมชาย ชั้น 3 โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ อีกครั้งเนื่องจาก ทางแพทย์ที่โรงพยาบาลอำเภอท่าปลา ตรวจพบว่า มีตะปูขนาด 3-5 นิ้ว จำนวน 5 ตัว ติดอยู่ในกระเพาะอาหาร และได้ส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์

จาก การสอบถาม พระอธิการอนุวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.? เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ทางญาติโยมได้พามาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลอำเภอท่าปลา ซึ่งผลการตรวจเอกซเรย์พบว่า มีตะปู จำนวน 5 ตัวอยู่ในท้อง แพทย์ของโรงพยาบาลท่าปลาจึงได้ส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ในวัน รุ่งขึ้น เมื่อมาถึงที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ทางคณะแพทย์ ได้ตรวจร่างกาย และเอกซเรย์เพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ พบตะปูจำนวนเท่าเดิมติดอยู่ในท้อง รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากว่ามีตะปูเข้ามาอยู่ในท้องได้อย่างไร ทั้งที่ไม่ได้กลืนกินเข้าไป

ด้าน นายแพทย์ เธียรชัย คฤหโยธิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ กล่าวว่า พระอธิการอนุวัฒน์ ได้เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. จากการส่งตัวของคณะแพทย์โรงพยาบาลประจำอำเภอท่าปลา ด้วยอาการเดิม คือ พบมีตะปูอยู่ภายในท้อง แต่ครั้งนี้พบว่ามีจำนวนมากกว่าครั้งที่แล้ว ถึง 5 ตัว ตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. จนถึงวันนี้ เหตุที่ทางแพทย์ยังไม่ ผ่าตัดให้ เพราะผู้ป่วยเพิ่งผ่าตัดท้องนำตะปูแ ละเข็มหมุดออกมาไม่นาน และยังไม่ถึง 1 เดือน ทางแพทย์ จึงยังไม่ผ่าตัดซ้ำหวั่นมีผลกระทบ ทั้งนี้ ได้เอกซเรย์ ดูอาการของคนไข้ และการเคลื่อนตัวของตะปูว่า อยู่ในตำแหน่งใดบ้าง ถ้าตะปูเคลื่อนตัวลงมาเรื่อยๆ จะปล่อยให้ขับถ่ายเอง หากพบว่าตะปูอยู่ที่เดิมไม่มีการเคลื่อนตัว และผู้ป่วยเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง มีอาการรู้สึกตัดขัดก่อให้เกิดปัญหากับลำใส้ จนทำให้เลือดออก หรือ ก่อให้เกิดบาดแผลทะลุจนทำให้คนไข้มีอาการปวดท้องมาก ทางคณะแพทย์จะรีบผ่าตัดเอาออกทันที

น.พ.เธียรชัย กล่าวว่า ครั้งที่แล้วทางจิตแพทย์ได้ประเมินอาการผลของอาการทั้งหมดแล้ว แต่เป็นความลับของผู้ป่วย ไม่สามารถเปิดเผยได้ ทางคณะแพทย์ได้พูดคุยแจ้งให้ทางญาติ ได้ทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอยืนยันกับทางสื่อมวลชนอีกครั้งว่า การที่ตะปูจะเข้าไปได้นั้น จะเป็นวิธีการกลืนกินเข้าไปได้เพียงอย่างเดียว จะไม่มีการเสกเข้าไปได้อย่างแน่นอน สาเหตุของกลุ่มคนที่กลืนกินอะไรที่ไม่ควรกินเข้าไปนั้นมีอยู่หลายสาเหตุด้วย กันจากตำราที่บอกกล่าวและเขียนเอาไว้พบว่ามีจำนวน 3 ประเภทใหญ่ คือ เด็กที่ไม่รู้เรื่องว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ หรือสิ่งไหนควรกินและไม่ควรกิน รวมไปถึงกลุ่มประเภทคนปัญญาอ่อน ซึ่งไม่รู้ว่าสิ่งไหนกินได้หรือไม่ได้ และ กลุ่มที่สองประเภทที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต มีความหลงผิดที่คิดว่าสามารถจะทำโน้นทำนี่ได้ หรือ คิดว่าตัวเองเป็นเทวดา รวมไปถึงพวกที่มีจิตหลอนพบภาพหรือเสียงหลอนสั่งให้ทำในสิ่งต่างๆ และกระทำไปโดยที่ไม่รู้ตัว จะเป็นไปในเรื่องของสุขภาพจิตผิดปกติของจิตหรือไม่ สิ่งเหล่านี้หากทางแพทย์พบสามารถรักษาหรือช่วยแก้ไขปัญหาให้ได้ กลุ่มประเภทสุดท้าย กลุ่มที่ต้องการเรียกร้องความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องการกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไป เมื่อได้รับความสนใจจะยิ่งกินเข้าไปอีก ทุกกลุ่มที่เอ่ยถึงนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลของครอบครัวโดยเฉพาะคนใกล้ชิด ญาติพี่น้องจะต้องเข้าใจและเอาใจใส่ดูแลอยู่เสมอ

ด้าน นายอี๊ด ทิมาจร อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นบิดาของพระอธิการอนุวัฒน์ กล่าวว่า เพิ่งได้รับทราบข่าวว่า พระลูกชายนอนป่วยที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ และตนเองเพิ่งจะรู้ว่ามีตะปูเข้าไปอยู่ในท้องของพระลูกชายจำนวน 5 ตัว ไม่ทราบว่าเข้าไปอยู่ในท้องได้อย่างไร แต่ตนเองเชื่อว่าเป็นเรื่องของคุณไสยแน่นอน คือน่าจะมีบุคคลที่ไม่พึงประสงค์กลั่นแกล้งทำให้เป็นอย่างนี้ เพราะว่าพระเคยไปพึ่งหมอไสยศาสตร์ที่ จ.แพร่มาแล้วครั้งหนึ่ง ให้ช่วยทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ ปรากฏว่าพบตะปูตัวยาว และพับงอรวมกัน 3 ตัว อยู่ในไข่ไก่จำนวน 3 ฟอง ที่นำมาใช้ทำพิธี และเมื่อก่อนคุณพ่อของภรรยา ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาของผู้ป่วยเคยโดนคุณไสยเกี่ยวกับเรื่องตะปูมาแล้วเช่นกัน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ไทยรัฐ