จับแล้วขยี้ ไกด์สาว แท็กซี่หื่น รับขืนใจหลายราย

Home / ข่าวทั่วไป / จับแล้วขยี้ ไกด์สาว แท็กซี่หื่น รับขืนใจหลายราย

taxiheen


หน้าตาชัดๆ ไอ้แท็กซี่ชั่ว แต่มันก็ยังลอยนวล


จับได้แล้วแท็กซี่หื่นข่มขืนไกด์สาว

“ป.”บุกรวบคาอู่ พร้อมรถก่อเหตุ เหยื่อชี้ตัวยืนยัน เคยต้องคดีข่มขืน ไม่เข็ดก่อเหตุซ้ำ

รวบ แล้วโชเฟอร์แท็กซี่หื่น ขับพาผู้โดย สารไกด์สาวบังคับข่ม ขืนยับ ก่อนใช้มือถือถ่ายคลิปไว้ข่มขู่ เหยื่อยันไม่ผิดตัว เพราะจำแผลเป็นบริเวณหน้าอกกับเหรียญจตุคามฯ ได้ เผยจนมุมในอู่แท็กซี่ย่านซอยสามัคคีเมืองนนท์ สารภาพทำมา 2-3 ครั้ง ถ่ายคลิปเป็นหลักฐานไว้ทุกราย ตร.เชื่อทำมาเยอะกว่านี้ เหยื่ออายไม่กล้าแจ้งความเพราะอาย แฉต้องคดีขืนใจท้องที่สภ.ลาดหลุมแก้ว ศาลให้รอลงอาญา 2 ปี แต่ย่ามใจก่อเหตุซ้ำอีก

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่กองปราบปราม พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พล.ต.ต. ปัญญา มาเม่น รองผบช.ก.ร่วมแถลงผลจับกุมนายทองมี ค้อนจตุรัส อายุ 37 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 57/1 หมู่ 4 ถนนมิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1996/52 ลงวันที่ 9 ก.ค. ข้อหาพาไปเพื่ออนาจารและข่มขืน โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 70 ม.2 ถนนสามัคคี ซอย 21 อ.ท่าทราย จ.นนทบุรี พร้อมของกลางรถแท็กซี่โตโยต้า สีชมพู-คาดฟ้า ทะเบียน ทน 1721 กทม. คันที่ใช้ก่อเหตุ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย สีฟ้าขอบดำ โทรศัพท์มือถือไอโมบาย ซิมโทรศัพท์ผู้เสียหาย 1 ซิม กระเป๋าสะพายข้าง 1 ใบ ควบคุมตัวมา สอบสวนที่กองปราบปราม

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ไกด์บริษัททัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนของสน. พหลโยธิน หลังจากตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหา เหตุเกิดเมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้อาศัยรถเพื่อนมาลงที่ปากซอยลาดพร้าว 1 เพื่อต่อรถแท็กซี่กลับบ้านพักที่ย่านซอยพัฒนาการ 38 โดยเรียกรถแท็กซี่สีชมพูคาดฟ้า ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น จำได้ว่าโชเฟอร์เป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ใบหน้ารูปไข่ ไว้ผมยาว ผิวคล้ำ รูปร่างท้วม

ต่อมา หลังจากที่ออกรถไปได้สักครู่คนขับก็กดปุ่มเซ็นทรัลล็อกประตูทั้ง 4 ด้าน แล้วแสดงตัวเป็นคนร้าย ขับรถพาออกนอกเส้นทางไปตามถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ผู้เสียหายถามว่า ทำไมมาทางนี้ คนร้ายบอกว่าเป็นเส้นทางลัด จากนั้นขับไปในทางเปลี่ยว คาดว่าน่าจะอยู่ในพื้นที่ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แล้วจอดรถเปิดประตูเข้ามานั่งที่เบาะด้านหลัง ลงมาข่มขู่บอกว่ามีอาวุธปืน ก่อนลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ไป 2 ครั้ง โดยคนร้ายบอกผู้เสียหายทำแบบนี้กับผู้โดยสารสาวๆ มาหลายรายแล้ว แถม ยังเอาโทรศัพท์มือถือผู้เสียหายมาถ่ายคลิปวิดีโอขณะข่มขืนไว้ด้วย เสร็จแล้วคนร้ายยึดเอาโทรศัพท์ไป บังคับให้บอกรหัสบัตรเอทีเอ็ม และขับรถพาออกจากจุดเกิดเหตุไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อแห่ง หนึ่ง ย่านบางบัว ทอง เพื่อกดเงินเมื่อได้เงินแล้วพาผู้เสียหายมาส่งบริเวณปากซอยลาดพร้าว 1 แล้วหลบหนีไป แถมข่มขู่ว่าหากแจ้งความจะนำคลิปวิดีโอเผยแพร่ประจานให้อับอาย

ภาย หลังมีข่าวผู้เสียหายเข้าแจ้งความ พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ ผกก.1 บก.ป.สั่งการให้ พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผกก.ช่วยราชการ บก.ป. พ.ต.ต.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน สว.กก.1 บก.ป. พร้อมทีมสืบสวนกองปราบปรามออกสืบสวน พบเบาะแสว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง ส่วนใหญ่ผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความเนื่องจากอับอาย เพราะคนร้ายถ่ายคลิปเอาไว้ข่มขู่ จึงทำให้คนร้ายเกิดความชะล่าใจและย่ามใจ ก่อเหตุขึ้นอีกหลายครั้ง

ภายหลังเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนพบว่าคนร้าย เช่ารถจากอู่แท็กซี่แห่งหนึ่งย่านซอยสามัคคี จ.นนทบุรี จึงส่งกำลังไปติดตาม พร้อมนำภาพผู้ต้องสงสัยมาให้ผู้เสียหายดู ก่อนจะชี้ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันที่ลงมือ โดยจดจำจากแผลเป็นที่หน้าอกและเหรียญจตุคามรามเทพ พนักงานสอบสวนของกองปราบปราม จึงรวบรวมหลักฐาน ก่อนจะขออนุมัติออกหมายจับกุมดังกล่าว

จากการสอบสวนนายทองมี ให้การรับสารภาพว่า ก่อคดีลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิงที่เรียกใช้บริการ เมื่อได้เหยื่อที่ต้องการแล้วจะขับรถพาออกนอกเส้นทางแล้วข่มขู่ ก่อนจะพาไปในที่เปลี่ยว อาทิ ย่านบางบัวทอง ลาดหลุมแก้ว ก่อนจะลงมือข่มขืน และถ่ายคลิปไว้

พ.ต.ท.ธีรเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัตินายทองมี พบเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 51 เคยต้องคดีข่มขืนท้องที่สภ.ลาดหลุมแก้ว ศาลพิพากษาลงโทษให้รอลงอาญา 2 ปี แต่ไม่เข็ดหลาบออกมาก่อเหตุซ้ำขึ้นอีก ส่วนที่อ้างว่าทำมา 2-3 ครั้ง ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพฤติกรรมคาดว่าจะก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายที่เป็นนักเรียน นักศึกษาที่ไม่กล้าแจ้งความเพราะอับอาย ดังนั้น หากผู้เสียหายรายใดสงสัยหรือเคยถูกกระทำขอดูตัวผู้ต้องหาได้ที่กองปราบปราม เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือผู้ต้องหา และตรวจสอบพบว่าบันทึกใบหน้าผู้เสียหายและรูปอวัยวะเพศเหยื่อหลายราย จึงเชื่อว่าน่าจะก่อเหตุมาหลายครั้ง

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด