สธ.ปรับแนวทางป้องกันไข้หวัด2009

Home / ข่าวทั่วไป / สธ.ปรับแนวทางป้องกันไข้หวัด2009

flu

สธ.จัดแนวทางแบ่ง3กลุ่มให้ยาทามีเวียกันไข้หวัด09เน้นกลุ่มเสี่ยงก่อน

รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านวิชาการ และการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยแนวทางการดูแลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ว่า ได้จัดแบ่งเป็น3กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1.ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีอาการปอดอักเสบ ซึมผิดปกติ รับประทานอาหารไม่ได้หรือได้น้อยกว่าปกติ หรือมีปัญหาร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงของการป่วย ให้รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลและให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์เร็วที่สุด โดยไม่ต้องรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

กลุ่ม ที่ 2. ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง และเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรครุนแรงซึ่งมี 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง เช่นโรคระบบทางเดินหายใจได้แก่โรคถุงลมปอดโป่งพอง โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ โรคธาลัสซีเมีย ที่ทำให้ภูมิต้านทานโรคในร่างกายต่ำ รวมทั้งผู้ป่วยที่ต้องกินยาแอสไพรินมาเป็นเวลานานเช่นผู้ป่วยโรคหัวใจเพื่อ ป้องกันเลือกแข็งตัว และผู้ที่มีอ้วนมาก ให้ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด อย่างน้อย 48 ชั่วโมง และพิจารณาให้ยาโอเซลทามิเวียร์ ถ้ามีอาการรุนแรงขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงแรกหรืออาการไม่ดีขึ้นหลังจาก 48 ชั่วโมงไปแล้ว

ส่วนกลุ่มที่ 3. เป็นผู้ป่วยที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงต่อโรครุนแรง แนะนำวิธีการดูแลที่บ้าน ให้ยารักษาตามอาการ กลุ่มนี้ส่วนใหญ่อาการจะหายได้เองภายใน 3 -5 วัน แต่หากอาการไม่ดีขึ้นและมีอาการคือ หายใจเร็ว หายใจลำบาก ซึมผิดปกติ กินไม่ได้ หรืออาการไม่ดีขึ้นในวันที่ 3 ของการป่วย แนะนำให้ผู้ป่วยรีบมาพบแพทย์ทันที

รศ.(พิเศษ)นพ. ทวี กล่าวว่า หลักเกณฑ์ในการให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ในรายที่อายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป จะให้ตามขนาดน้ำหนักตัว ขนาดตั้งแต่ 25 – 75 มิลลิกรัม กินวันละ 2 ครั้ง หากอายุต่ำกว่า 1 ปีจะให้ตามช่วงอายุ คือ ต่ำกว่า 3 เดือน , 3-5 เดือนและ 6-11 เดือน ให้กินขนาด 12 – 25 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ในการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการจะเน้นเฉพาะในรายที่มีอาการ รุนแรงที่มีปัญหาปอดบวมหรือรายที่รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น