เตือนป่วยไข้หวัด 2009 ห้ามออกกำลังกายเชื้อลงปอดเร็ว

Home / ข่าวทั่วไป / เตือนป่วยไข้หวัด 2009 ห้ามออกกำลังกายเชื้อลงปอดเร็ว

wadd2009dekying

3 รมว.ถกรับมือไข้หวั09 รับมือแพร่ในโรงเรียน-โรงงาน “อภิสิทธิ์” สั่งจับตาไวรัสกลายพันธุ์ “วิทยา”วอนอย่าโจมตีนักวิชการแต่ให้ด่ารัฐบาลแทน อธิบดีกรมการแพทย์บอกการจามใส่หน้าทำเชื้อลามเร็ว ห้ามออกกำลังกายขณะป่วยทำเชื้อลงปอดเร็วและรุนแรง

3 รมว.ถกรับมือใน “ร.ร.-โรงงาน”

การแพร่โรคไข้ หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในไทยเข้าสู่ระยะที่ 3 คือแพร่กระจายทั่วประเทศ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศเพื่อรองรับ ผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไปแล้ว ขณะที่รัฐบาลวางมาตรการเพื่อป้องกันในหลายด้าน อาทิ แจกคู่มือการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ และแจกหน้ากากอนามัย

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 กรกฎาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายวิทยา แก้วภารดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประชุมร่วมกันที่ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อวางแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

หลัง ประชุมนายจุรินทร์แถลงว่า ที่ประชุมมีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการการป้องกัน และแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในระดับอำเภอ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขอำเภอจะรับหน้าที่เป็นหลักในการให้คำแนะนำแก่สถาน ศึกษาทุกสังกัด รวมถึงสถาบันกวดวิชาในพื้นที่รับผิดชอบ ถึงความจำเป็นว่าจะต้องปิดการเรียนการสอนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค หรือไม่ ซึ่งทุกโรงเรียนพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของ สธ.อย่างเคร่งครัด และแต่งตั้งคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโดยมีปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ เป็นประธาน ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ และรายงานให้ตนทราบเป็นระยะๆ สำหรับมาตรการคัดกรองนักเรียนป่วยหน้าเสาธงทุกเช้า ทุกโรงเรียนยังดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่ง สธ.ให้ความเห็นว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด เพราะหากพบนักเรียนป่วยให้หยุดอยู่กับบ้านจะไม่แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

ให้ อสม. 9.8แสนช่วยคัดกรอง

นาย วิทยากล่าวว่า จะให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 987,000 คนทั่วประเทศ เริ่มตรวจคัดกรองประชาชน เพื่อให้ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

นายไพฑูรย์กล่าวว่า โรงงานต่างๆ ถ้าหยุดทำงานของแรงงาน จะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งตนได้ออกไปพบกับผู้ประกอบการ พร้อมหารือกันว่า ถ้าพบแรงงานป่วยควรให้พักรักษาให้หายดีก่อน เพราะหากโรงงานมีการแพร่เชื้อ จะต้องถูกปิดโรงงาน รวมทั้งให้แรงงานได้ออกกำลังกายเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า นายไพฑูรย์นำอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกายมาแสดงต่อที่ประชุม พร้อมระบุว่า สถานประกอบการบางแห่งได้ลงทุนซื้อมาใช้ตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงาน เพื่อคัดกรองผู้ป่วยไม่ให้เข้าไปทำงาน และทางกระทรวงแรงงานได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวเช่นกัน โดยคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปในกระทรวงอย่างเข้มงวด และติดสติกเกอร์สีเหลืองระบุผ่านการคัดกรองไข้หวัด

“อภิสิทธิ์” สั่งจับตาไวรัสกลายพันธุ์

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาด ของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า เฝ้าดูตัวเลขการแพร่ระบาดอยู่ตลอด และตั้งใจว่าจะรอดูอีก 1-2 วันเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น หลักในการบริหารคือทำอย่างไรจะสามารถชะลอการแพร่ระบาดของเชื้อได้ ซึ่งต้องดูว่าสถานการณ์และตัวเลขผู้เข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาลเป็น อย่างไร ซึ่งได้ขอให้ สธ.

รายงานข้อมูลให้ตนทุกวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องติดตามว่าหลังจากแพทย์จ่ายยาให้ผู้ติดเชื้อแล้ว มีปัญหาเรื่องดื้อยาหรือไม่ เพราะประสบการณ์ของไวรัสในลักษณะนี้ มีกรณีการกลายพันธุ์ หรือการระบาดรอบ 2 และรอบ 3 ที่รุนแรงกว่า จึงต้องจับตาดูเป็นพิเศษ

“การให้ยาของ สธ.ในช่วงที่ผ่านมา น่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ทำให้ความเสี่ยงมีค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับหลายๆ แห่ง ซึ่งในต่างประเทศเริ่มมีแล้ว แต่ยังไม่มีการกลายพันธุ์ซึ่งต้องระวัง เพราะการเดินทางไปมาของคนยุคนี้มีมาก ส่วนเรื่องไข้หวัดที่ระบาดในหมู คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแนวทางไปแล้ว ก็ต้องเฝ้าระวังและเตรียมการให้ดีที่สุด แต่สำหรับวัคซีนและยาต้านในกรณีที่เกิดการกลายพันธุ์นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เชี่ยวชาญที่จะคิดค้นมาให้ทันกาล เพราะขนาดวัคซีนป้องกันการไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็ยังไม่เรียบร้อย” นายกฯกล่าว

วอนอย่าโจมตีนักวิชาการด่ารบ.แทน

วัน เดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย กล่าวหลังเป็นประธานประชุมแพทยศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ที่อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพฯ ว่าโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นโรคระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลก มนุษย์ยังไม่มีภูมิคุ้มกันโรคนี้ ดังนั้น หากจะโจมตีมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของไทยขอให้พุ่งเป้าที่รัฐบาล อย่าวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์

” ที่มีหลายฝ่ายโดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้านเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของ โรค ผมรับฟังบางส่วน แต่อยากจะบอกว่าถ้าไม่จำเป็น ไม่ควรนำเรื่องนี้มาเป็นการเมืองมากนัก ส่วนวัคซีน ขณะนี้ทุกประเทศทั่วโลกสั่งจองวัคซีนกันหมด หากใครแนะนำให้ประเทศไทยสละสิทธิในการสั่งจองวัคซีน ทั่วโลกคงหัวเราะ” นายวิทยากล่าว และว่า ก่อนหน้านี้มีประชาชนตื่นตระหนกกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 แต่ล่าสุดตัวเลขลดลง เช่น โรงพยาบาล ราชวิถี กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ข้อมูลนี้สะท้อน 2 ด้าน คือ 1.ประชาชนเข้าใจและดูแลรักษาตนเองมากขึ้น 2.มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจสอบสาเหตุที่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลส่วน กลางลด และติดตามว่าผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นหรือไม่

นาย วิทยากล่าวว่า ทาง สธ.แจกคู่มือทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ 60,000 เล่ม เพื่อเป็นกรอบแนวในการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นมาตรฐานเดียวกัน และแจกคู่มือคำแนะนำประชาชนฉบับพกพา อีก 4 ล้านฉบับ โดยวางในโรงพยาบาลทุกระดับ สถานีอนามัย ศาลากลางจังหวัด ร้านสะดวกซื้อ ทั่วประเทศ

เผยจามใส่หน้าตรงๆ ติดเชื้อเร็ว

นพ. เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ข้อมูลของนักวิชาการพบว่า อาการของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อไวรัสและภูมิต้านทานของแต่ละคน เช่น การที่มือสัมผัสกับเชื้อไวรัสตามลูกบิดประตู หรือสถานที่ต่างๆ เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายน้อยกว่าผู้ป่วยไอจามใส่หน้าโดยตรง จากข้อมูลของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงที่พบในไทย พบว่า ในปอดมีเชื้อโรคจำนวนมาก และเชื้อโรคลงในปอดส่วนล่างทำให้เกิดอาการปอดบวมรุนแรง

” ละอองฝอยของเชื้อโรคจากการไอ จาม จากผู้ป่วยเข้าสู่หน้าโดยตรงทำให้ได้รับเชื้อปริมาณมาก คำแนะนำทางการแพทย์คือ ควรไปล้างหน้าเท่านั้น เพราะการใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดไม่ช่วยให้เชื้อโรคหายไป แต่หากเผลอนำแคะจมูก ขยี้ตา โอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายก็มีมากขึ้น” นพ.เรวัตกล่าว และว่า การออกกำลังกายระหว่างที่เป็นไข้หวัดก็ยิ่งจะทำให้เกิดการติดเชื้อจากระบบ ทางเดินหายใจส่วนบนลงไปส่วนล่าง และทำให้โรคมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการออกกำลังกายจะทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตแลกเปลี่ยนออกซิเจนไปทั่ว ร่างกาย การสูดอากาศหายใจลึกในช่วงออกกำลังกาย จะทำให้เชื้อโรคที่อยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงลึกไปอยู่ในส่วนล่างมาก ขึ้นด้วย

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด