กทม.ป่วย-ตายหวัด2009 มากที่สุด

Home / ข่าวทั่วไป / กทม.ป่วย-ตายหวัด2009 มากที่สุด

wadd2009dekchai4


ร้องสธ. หลังโรงพยาบาลเอกชน จ่ายยาไข้หวัด2009 ช้า

เสียชีวิต15ราย ป่วยอีกเกือบ3พัน นศ.-นร.ติดเชื้อมากที่สุด หวั่นกระทบสอบโอเน็ต

กทม.ยังครองแชมป์”หวัดใหญ่2009″ป่วยร่วม 3พันตายอีก15 วัยเรียนติดเชื้อมากที่สุด สพฐ.ห่วงเชื้อยังแพร่หวั่นกระทบสอบGAT-PATลามโอเน็ต นักวิชาการหวั่นรัฐแจ้งตัวเลขทำคนแตกตื่น จี้เคลียร์การดูแลโรค

ยอดผู้ป่วยโรคหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ 1 เอช 1 เอ็น 1 หรือ โรคหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยังคงมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก นับตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน จนถึงวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 2,966 คน เสียชีวิต 15 คน เป็นชาย 9 คน และหญิง 6 คน และอยู่ระหว่างรักษา 501 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 5 คน เนื่องจากมีโรคแทรกซ้อน ซึ่งกลุ่มผู้ติดเชื้อเป็นนักเรียน นักศึกษาสูงถึง 1,719 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 57.9 จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามผลการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า หน่วยคัดกรองโรคประจำสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ลงมือปฏิบัติอย่างเต็มที่แล้วกว่าร้อยละ 90 ที่เหลือสั่งเร่งลงมืออย่างเร็วที่สุดแล้วและให้เร่งการประชาสัมพันธ์พร้อม ให้เจ้าหน้าที่ลงไปยังแหล่งชุมนุมคนในพื้นที่เพื่อตั้งจุดคัดกรอง และให้ความรู้ เพิ่มความเข้มข้นในการสร้างความตื่นตัวในกลุ่มประชาชน

ด้านนายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวหลังตรวจเยี่ยมการคัดกรองนักเรียน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่โรงเรียนสายน้ำทิพย์ และโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ว่า ขณะนี้พบนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 223 คน เสียชีวิต 1 ราย เป็นนักเรียนโรงเรียนวชิรธรรม ส่วนคนอื่นๆ หายเป็นปกติแล้ว มีอาการอยู่ในข่ายเฝ้าระวัง 5,900 คน มีโรงเรียนปิดการเรียน 128 โรง จำนวนนักเรียนที่ติดเชื้อหากเทียบกับนักเรียนในสังกัด สพฐ.ที่มีอยู่กว่า 8 ล้านคน ถือว่ายังอยู่ในระดับไม่น่าเป็นห่วง แต่กำชับให้สถานศึกษาทั่วประเทศดูแลป้องกันใกล้ชิด

“ที่ สพฐ.กังวลมากขณะนี้คือ หากสถานการณ์แพร่ระบาดยังคงอยู่ในช่วงมีการทดสอบวัดศักยภาพทั่วไป (GAT) และการทดสอบวัดความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ในเดือนตุลาคม หรือการจัดทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต หากนักเรียนป่วยจนเข้าสอบไม่ได้ จะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร” นายสมเกียรติกล่าว

เวลา 13.00 น. นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ให้ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัด สธ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขและนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัด (สสจ.) ว่าตรวจคัดกรองผู้ป่วย และให้การรักษาพยาบาลตามมาตรฐานของ สธ.หรือไม่ โดยเฉพาะเหตุผลของการเสียชีวิตต้องมีคำอธิบายได้หมด เช่น มีโรคประจำตัว ทางการแพทย์ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าหากสาเหตุมาจากเข้าถึงบริการช้า ต้องตรวจสอบเพราะเหตุใด รวมทั้งกรณีจังหวัดที่พบมีการเสียชีวิตสูง เช่น จ.ราชบุรี เป็นต้น มีการปล่อยปละละเลยรักษาผู้ป่วยหรือไม่ เพราะนโยบายชัดเจนผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องได้รับการรักษาพยาบาลทันที

“หากเหตุผลจากการเข้าถึงยาช้า ต้องตรวจสอบต่อไปว่าเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคทำอะไรอยู่ มีการกวดขันร้านขายยาและคลีนิคที่ประชาชนไปซื้อยากินเองจนทำให้ประชาชนหลุด จากระบบการรักษาของโรงพยาบาลหรือไม่” นายวิทยากล่าว

ที่ห้องเอ็มซีซี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวภายหลังบรรยายพิเศษเรื่อง “การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ” ที่ห้องเอ็มซีซี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ว่า มนุษย์ทำสงครามกับเชื้อโรคชีวภาพที่กำลังพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ส่วนตัวคิดว่าประเทศไทยมีการเผยแพร่เรื่องของไวรัสชนิดนี้จนทำให้เกิดความ ตระหนกแตกตื่นในหมู่ประชาชนมากเกินสมดุลที่ควรจะเป็น

“ที่จริงแล้วรัฐบาลควรที่จะเน้นเรื่องของความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ เชื้อโรคชีวภาพตัวนี้ ว่า 1.เป็นเชื้อโรคที่แพร่ง่าย 2.ไม่เป็นอันตรายรุนแรงหากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที แต่ที่ผ่านมาการรายงานตัวเลขผ่านสื่อตลอดเวลา? ซึ่งในอนาคตหากสังคมไทยยังแตกตื่นเกี่ยวกับโรคนี้จนเกินไปก็อาจจะมีผลกระทบ รุนแรงได้ แม้จะยอมรับว่ารัฐบาลทำไปตามหน้าที่แล้วแต่มองดูแล้วก็เห็นว่ายังไม่โปร่งใส ไม่ชัดเจน ไม่เคลียร์ในเรื่องการดูแลโรคไข้หวัดชนิดนี้” นายอัมมารกล่าว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์