สธ.แถลงยอดตายหวัด2009 พุ่ง 65 ราย ติดเชื้ออีก 8 พัน

Home / ข่าวทั่วไป / สธ.แถลงยอดตายหวัด2009 พุ่ง 65 ราย ติดเชื้ออีก 8 พัน
หวัด2009
หวัด2009

เผย ยอดตายจากหวัดพันธุ์ ใหม่เพิ่มเป็น 65 ศพแล้ว ติดเชื้ออีกเกือบหมื่น “มาร์ค”เครียด จี้ถามในวง ครม.ให้ลดยอดตายให้ได้ กระจายยาโอเซลทามิเวียร์ให้คลินิกทั่วประเทศชักวุ่น หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยหวั่นเชื้อดื้อยา ขณะที่ฝ่ายการเมืองสั่งการไปก่อนแล้ว เตือนสาวท้องแค่ไอจามและตัวร้อนต้องรีบพบหมอทันที

เมื่อเวลา 08.35 น. วันที่ 28 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำชับให้กระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ให้อย่างทั่วถึงว่า การกระจายยาในส่วนของโรงพยาบาลเราได้กระจายไปทั่วแล้ว ส่วนคลินิกต่างๆ นั้น ตนได้ให้กระทรวงสาธารณสุขไปหารือกับคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการและ กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขระดับชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่

เมื่อ ถามว่าคิดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถกระจายยาไปให้คลินิกทั่วประเทศได้หรือ ไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ต้องรอมติของคณะอนุกรรมการฯ ก่อนว่าจะกำหนดทิศทางอย่างไร เพราะการที่จะจ่ายยาไปให้คลินิกก็ต้องอยู่ในกรอบข้อระวังของการดื้อยา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขเหล่านั้นก่อน จึงจะปล่อยยาไปให้ตามคลินิกต่างๆ ได้ เมื่อถามว่าขณะนี้หญิงที่ตั้งครรภ์มีความกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อไข้หวัด ใหญ่ 2009 มาก หลังจากเกิดเหตุที่ จ.ราชบุรี นายวิทยา กล่าวว่า ก็ต้องระมัด ระวัง เพราะหญิงตั้งครรภ์ก็อยู่ในกลุ่มสี่ยงที่ต้องระวังไม่ให้มีการติดเชื้อไข้ หวัด เราก็ยืนยันแล้วว่าทั้งหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว หากป่วยเมื่อไหร่จะต้องไปพบแพทย์ทันที เพื่อจะได้รับการดูแลรักษาได้ทัน

ผู้ สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาท้วงติงว่ามีคนแก่ที่ไปฉีดวัคซีนป้องกัน ไข้หวัดใหญ่ธรรมดาแล้วกลับเสียชีวิต ทั้งที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไรเลย นายวิทยา กล่าวว่า ตนคิดว่าฝ่ายค้านสับสนและก็พยายามที่จะเล่นการเมืองเรื่อยๆ ตนยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ส่วนวัคซีนที่ฉีดนั้นเป็นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี ซึ่งจะฉีดให้กลุ่มเสี่ยงคือผู้สูงอายุและเด็ก ตนไม่อยากให้เกิดความสับสน เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้วกระบวนการทางการแพทย์ก็จะมีปัญหา ดังนั้นฝ่ายที่จะเล่นการเมืองก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะทั้งหมดนี้เดิมพันด้วยชีวิตของประชาชน กระทรวงสาธารณสุขก็พยายามทำในกรอบของการชี้แนะทางวิชาการที่ถูกต้อง

เมื่อ ถามว่าแต่ที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่เคยบอกประชาชนว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ธรรมดาก็มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้ นายวิทยา กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ธรรมดาแล้วมีโอกาส เสี่ยงที่จะเสียชีวิต เมื่อถามว่าแล้วจะมีการตรวจสอบผู้เสียชีวิต ที่ จ.แพร่ หลังการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ธรรมดาหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า กำลังรอรายงานจากสาธารณสุขจังหวัดอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะผู้เสียชีวิตก็มีอายุมาก อาจจะมีอาการอย่างอื่นด้วย เพราะรายงานทางการแพทย์ยังไม่มีการบ่งชี้ว่าจะมีการเสียชีวิตจากการฉีด วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ธรรมดา เพราะเรื่องนี้เราก็ดำเนินการมาหลายปีแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ขณะนี้ตนกลัวว่าคนที่พูดจะทำความสับสนไปสู่กรณีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 เพราะขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนชนิดนี้ในโลก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงมาตรการปิดโรงเรียนกวดวิชา 15 วัน ที่ครบกำหนดแล้วว่า จะไม่ต่ออายุมาตรการเพิ่มเติม แต่จะให้มีการคัดกรองกับเด็กนักเรียนที่ไปเรียนในโรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนสอนภาษาต่างๆ ทุกวันตามเดิม โดยหากใครป่วยก็ต้องพาไปหมอหรือให้กลับบ้าน จนกว่าจะหายป่วยถึงจะกลับมาเรียนได้ รวมทั้งตามโรงเรียนต่างๆ ทั้งในกทม.และต่างจังหวัดก็จะใช้มาตรการเดียวกัน โดยคัดกรองเด็กทุกเช้า หากใครต้องหยุดเรียนก็ให้ใช้วิธีสอนเสริม ส่วนการจะปิดโรงเรียนใดหรือไม่นั้น ก็ให้ประสานงานกับสาธารณสุขอำเภอ หากเห็นพ้องต้องกันก็ให้ปิดได้ ซึ่งจนถึงขณะนี้มีโรงเรียนที่ได้สั่งปิดไปแล้วจำนวน 183 แห่ง โดยมีเด็กนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วประเทศ 371 คน ซึ่งมาตรการปิดโรงเรียนที่ดำเนินการไปก่อนหน้านั้น ก็ถือว่าช่วยบรรเทาการแพร่ระบาดของเชื้อได้พอสมควร

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.พ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 งบกลางของกระทรวงสาธารณสุข จากสถานการณ์ที่เป็นที่เปิดเผยทั่วโลกจำนวน 160 ประเทศ ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันมากกว่าแสนคน ซึ่งปัจจุบันองค์การอนามัยโลกไม่ต้องให้ประเทศต่างๆ รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อ ดังนั้นยอดผู้ติดเชื้อไม่ปรากฏเป็นที่ชัดเจนอีกต่อไป แต่ก็เป็นที่ทราบกันว่ามีผู้เสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 1,000 ราย ดังนั้นจากการคาดการณ์ในประเทศไทยในวันที่ 29 ก.ค. กระทรวงสาธารณสุขจะรายงานตัวเลขประจำสัปดาห์ เท่าที่ได้ยินตามสื่อมีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านออกมาคาดการณ์ว่าจะมีผู้ติด เชื้อในประเทศไทยจำนวน 5 แสนคน ส่วนยอดที่ได้รับการยืนยันอยู่ที่ประมาณ 8,000 คน ส่วนยอดอื่นๆ ต้องติดตามจากกระทรวงสาธารณสุขที่จะแถลง ทั้งนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขของบกลางมาจำนวน 756 ล้านบาท เพื่อดำเนินการในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันและควบ คุมโรคทั้งหน่วยงานส่วนกลางกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานภูมิภาคกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งงบประมาณดังกล่าวนำมาจัดซื้อยาซานามีเรีย จำนวน 2 หมื่นชุด ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสไว้สำรองกรณีที่มีการดื้อต่อยาทามิฟลู และเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์และสื่อสาธารณะ นอกจากนี้ยังนำไปซื้อเครื่องช่วยหายใจเพิ่มของผู้ใหญ่ 180 เครื่อง ของเด็ก 30 เครื่อง เป็นจำนวนเงิน 180 กว่าล้านบาท เพื่อช่วยผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนทางปอดอย่างรุนแรง สรุปแล้ว ครม.อนุมัติเม็ดเงินจำนวน 450 ล้านบาท คาดว่าจำนวนเงินดังกล่าวจะใช้ได้จนถึงสิ้นเดือนก.ย.นี้

รายงานข่าว จากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมครม. ได้ใช้เวลาหารือถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างเคร่งเครียด ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้ถามทางกระทรวงสาธารณ สุขว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร ทำไมตัวเลขคนเสียชีวิตถึงออกมาอย่างที่เป็นข่าวคือมีผู้เสียชีวิตแล้ว 65 คน ไหนบอกว่าจะแถลงตัวเลขในวันที่ 29 ก.ค. ซึ่งกระทรวงสาธารณ สุข ได้แต่พยักหน้ายอมรับ และชี้แจงเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในกทม.ดูแล้วยังทรงตัว แต่สัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลง แต่ผู้ที่เสียชีวิต 80-90% นั้น เสียชีวิตเพราะได้รับยาช้า

สำหรับ กรณีที่คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และ สาธารณสุขโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ที่มี ศ.เกียรติคุณ น.พ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นประธาน ไม่มีมติรับรองให้สั่งจ่ายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ไปยังคลินิกทั่วประเทศ พร้อมคณะอนุกรรมการบางคนระบุว่ามีการเมืองกดดันนั้น

นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีจ.ราชบุรี เพียงจังหวัดเดียวที่มีการนำร่องให้จ่ายยาต้านไวรัสให้กับคลินิกเอกชนที่มี แพทย์ประจำ ประมาณ 150 แห่ง โดยให้ยาคลินิกละ 5 ชุดรักษา โดยเริ่มจ่ายยาให้ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า การตัดสินใจดำเนินการดังกล่าว ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ สธ. แต่อย่างใด แต่เป็นการตัดสินใจร่วมเพียง 2 คน คือ ตนเป็นผู้ขอหารือร่วมกับน.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัด สธ.เท่านั้น

“ยอม รับว่าผมได้คิดเร็ว ตัดสินใจเร็วไปหน่อย ยังไม่ได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญก็ตัดสินใจนำร่องจ่ายยาต้านไวรัสทันที ซึ่งสาเหตุที่ต้องเร่งตัดสินใจ เพราะหากไม่นับกรุงเทพฯ จ.ราชบุรี จะเป็นจังหวัดมีจำนวนผู้ป่วยมาก และมีเสียชีวิตมากที่สุดคือ 7 คน จึงต้องลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้ได้ และหากไม่มีการทดลองก็จะไม่รู้ว่าจะได้ผลดีหรือไม่ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา คลินิกได้เริ่มจ่ายยาให้ผู้ป่วยบ้างแล้ว โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา จ.ราชบุรี ยังไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ ตนได้รายงานให้ที่ประชุมครม. รับทราบแล้ว” นายมานิต กล่าว

เมื่อ เวลา 14.00 น. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ตนได้แจ้งเรื่องที่คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์ และสาธารณสุข โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เห็นด้วยที่จะให้คลินิกมีการจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ให้กับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่มีเงื่อนไขการดำเนินการดังกล่าว 8 ข้อให้ครม.รับทราบแล้ว โดยสรุปคลินิกใดที่จะเข้าร่วมในการจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ต้องปฏิบัติตาม เงื่อนไขดังกล่าวอย่างครบถ้วน กระทรวงต้องกำกับดูแลในเรื่องนี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของเงื่อนไขได้อยู่ระหว่างการตรวจทานความ ถูกต้อง

“แนวทางการแก้ปัญหาในเรื่องนี้จะดำเนินการอย่างไร คณะอนุกรรมการฯจะเป็นผู้ชี้และแนะนำให้กระทรวงสาธารณสุขกำหนดแนวทางการ ดำเนินการทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาสธ.ได้เดินตามแนวทางที่นักวิชาการในคณะอนุกรรมการฯกำหนดให้มา โดยตลอด ดังนั้น ข้อเสนอแนะของสธ.ที่เสนอขึ้นไป ถ้าทางวิชาการเห็นว่าต้องระมัดระวังในการดื้อยา ก็มีเหตุผลและมีมาตร การควบคุมที่กระทรวงสาธารณสุขต้องปฏิบัติตาม” นายวิทยากล่าว

ส่วน กรณีที่นักวิชาการคัดค้านการให้คลินิกจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ให้กับผู้ป่วย ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยระบุว่าฝ่ายการเมืองดำเนินการล็อบบี้นั้น นายวิทยา กล่าวว่า คงเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งนักการเมืองในกระทรวงสาธารณสุขมีเพียง 2 คน คือตนและรมช.สธ. แต่ขอยืนยันว่าตนไม่เคยเข้าไปล็อบบี้ในเรื่องนี้ เพียงแต่ได้เสนอปัญหาที่ผ่านมาให้คณะอนุกรรมการฯ ทราบข้อมูลว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่เสียชีวิตเพราะมีโรคประจำตัว และอีกส่วนหนึ่งไปรักษาและได้รับยาช้า

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดูแลการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า รัฐบาลจะต้องไม่เบื่อในการให้ความรู้กับประชาชน ซึ่งการทำหน้าที่ของนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ถือว่าทำได้ดีอยู่แล้ว มีการเปิดข้อมูลอย่างโปร่งใส จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องปรับครม.เพราะไม่ว่าใครจะมาเป็นรมว.สาธารณสุข ก็ต้องปฏิบัติอย่างนี้ ส่วนที่มีการเทียบกับความรวดเร็วในการแก้ปัญหาโรคซาร์สของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ตนเห็นว่าเป็นโรคคนละอย่างกัน เพราะไข้หวัดโดยทั่วไปแล้วชาวบ้านไม่ได้กลัว เพราะเป็นหวัดกันตลอด อีกทั้งต้องดูว่าในขณะนั้นมีการปกปิดข้อมูล หรือเปิดเผยอย่างโปร่งใสเหมือนในรัฐบาลนี้หรือไม่

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด