โผล่มอบตัว สู้7คดี! โจรไข่หมูก เพรียวพันธ์ รอรับเอง

Home / ข่าวทั่วไป / โผล่มอบตัว สู้7คดี! โจรไข่หมูก เพรียวพันธ์ รอรับเอง

jonkaimook


จอมโจรไข่มูกมอบตัวแล้ว

โผล่ แล้ว”ไข่หมูก”โจรเรียกค่าคุ้ม ครองชื่อดังภาคใต้ หลังถูกหมายจับถึง 7 คดี ในพื้นที่ 5 จว.”เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์”นำทีมไปรับตัวที่จ.ตรัง หลังติดต่อผ่านพระผู้ใหญ่ที่นับถือขอมอบตัว ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับคดีกรรโชกทรัพย์ในหลายพื้นที่ภาคใต้ อ้างเป็นพวกโจรวัยรุ่นหรือเด็กรุ่นหลังนำชื่อไปแอบอ้าง เผยถูกตร.กดดันหนักนานหลายเดือน จึงตัดสินใจมอบตัวโดยต่อรองว่าถ้าผิดจริงขอให้จำคุกที่พัทลุงบ้านเกิด ลั่นน้องชาย-หลานกำลังจะพ้นโทษ ยันจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีก

โจร”ไข่ หมูก”โผล่มอบตัว เมื่อเวลา 06.20 น. วันที่ 5 ส.ค. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธานี ทวิชศรี ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รองผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทร์สว่าง ผบก.ตรัง พล.ต.ต.กิติสัณห์ เดชสุนทรวัฒน์ ผบก.พัทลุง นำกำลังตำรวจ และพระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ หรือวัดในเตา หมู่ 1 ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เดินทางไปรับตัวนายเจิม เส้งเอียด หรือ”ไข่หมูก” อายุ 58 ปี อดีตโจรเรียกค่าไถ่ชื่อดังภาคใต้ ที่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 5 ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง บ้านพักของนางอำภา ด้วงแดง ภรรยาของนายเจิม ภายหลังไข่หมูก ประสานผ่านมาทางพระอาจารย์ประสูติ และพล.ต.ต.ประเสริฐ ว่าจะขอเข้ามอบตัว ก่อนจะควบคุมตัวมาแถลงผลจับกุมที่ สภ.ห้วยยอด

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้วางแผนกดดันตามล่าตัวนายเจิม หรือไข่หมูก มาอย่างต่อเนื่อง 3-4 เดือนมาแล้ว โดยใช้เทคโนโลยีของกองวิทยาการ บช.ภาค 9 พร้อมทั้งประสานผ่านไปทาง พระอาจารย์ประสูติ ซึ่งนายเจิมเคารพนับถือด้วย ทุกอย่างจึงสำเร็จผล ส่วนการดำเนินคดีตามหมายจับที่ออกมาแล้ว 8-9 คดีนั้น เป็นเรื่องที่ผบช.ภาค 8 และภาค 9 จะดำเนินการต่อไป โดยเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดีอย่างเต็มที่ แต่นายเจิม หรือไข่หมูก จะเป็นคนร้ายเรียกค่าคุ้มครองตัวจริงหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมหรือทางกฎหมายต่อไป

รองผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ชื่อเสียงของนายเจิม หรือไข่หมูก เป็นที่โด่งดังอย่างมากในพื้นที่ภาคใต้ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดกรณีใดก็ตามเอาไปแอบอ้าง คนที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่ก็มักจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จึงยอมจ่ายค่าคุ้มครองให้ตามข่าวที่ปรากฏออกมา อย่างไรก็ตาม ยังมีรายชื่อของกลุ่มผู้ต้องหาอีกส่วนหนึ่ง ที่อยู่ในขบวนการเรียกค่าคุ้มครองที่ผ่านมา เป็นหน้าที่ของตำรวจที่เกี่ยวข้องที่จะตามล่าตัวต่อไป และเชื่อว่าการที่นายเจิม สามารถหลบหนีลอยนวลอยู่ได้นานนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือมีผู้มีอิทธิพลรายใดอยู่เบื้องหลัง

ด้าน ไข่หมูก กล่าวว่า คดีเรียกค่าคุ้มครองต่างๆ ที่ผ่านมา มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนญาติพี่น้อง หรือลูกน้องเก่า ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังนั้น ก็ล้วนแล้วแต่ไม่เป็นความจริงใดๆ ทั้งสิ้น การเรียกค่าคุ้มครองในภาคใต้ที่ผ่านมา เป็นฝีมือของกลุ่มวัยรุ่นทั่วไป ที่นำชื่อของไข่หมูกไปแอบอ้าง พร้อมทั้งยังเขียนจดหมายปลอมส่งไปเรียกค่าคุ้มครองจากนักธุรกิจ หลังจากลูกเลี้ยงถูกจับกุมที่ จ.พัทลุง จึงต้องหลบหนี และไม่กล้าออกมามอบตัว เพราะไม่มั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรม โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.พัทลุงมาโดยตลอด ไม่เคยหลบหนีไปอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือที่อื่นใด

“ช่วงหลังมาทางตำรวจใช้เครื่องตรวจจับดาวเทียม ทำให้การหลบหนีเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น สุดท้ายจึงตัดสินใจเจรจาเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าจะต้องติดคุกในคดีนี้จริงๆ ก็ขอติดคุกอยู่ที่เรือนจำจังหวัดพัทลุง บ้านเกิด เท่านั้น” นายเจิม กล่าว

อดีตโจรไข่หมูกให้การต่อว่า เมื่อประมาณกลางเดือนก.ค.2552 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.กิติสัณห์ นำกำลังตำรวจเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านญาติในพื้นที่หมู่ 5 บ้านแพน ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม ขณะนั้นตนและภรรยาก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย กำลังปลูกต้นขมิ้นอยู่ แต่ก็แปลกที่ตำรวจกลับมองไม่เห็นตัว เมื่อถามว่า ที่มองไม่เห็นเพราะร่ำลือกันว่ามีคาถาอาคมหรือวิชาบังตัวใช่หรือไม่ นายเจิมไม่ตอบ ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ นายเจิม ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าว ต่อหน้า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ นายเอียด เส้งเอียด น้องชาย และหลาน จะพ้นโทษออกมาจากเรือนจำแล้ว อยากจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในสังคมเหมือนผู้อื่นทั่วๆ ไป พร้อมกลับตัวเป็นคนดี และทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง ขออย่าให้ครอบครัวถูกนำไปโยงกับคดีต่างๆ อีก และขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้เลยว่า ครอบครัวของตนจะไม่ไปสร้างความเดือดร้อนใดๆ ให้อย่างแน่นอน สำหรับเรื่องคดีกรรโชกทรัพย์ หรืออื่นๆ ที่ทางตำรวจตั้งข้อหานั้น ขอให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม และพร้อมจะต่อสู้คดีโดยไม่ขอประกันตัว

ด้าน พระอาจารย์ประสูติ กล่าวว่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนายเจิม นั้น อาตมารับรู้มาโดยตลอด พร้อมทั้งพูดคุยปรึกษาหาวิธีให้ได้กลับมาคืนสู่สังคมตามปกติ หวังว่าจากนี้ไปทุกอย่างจะสงบสุขกันมากขึ้น รวมทั้งให้อภัยและยกโทษในสิ่งที่เขากระทำไปในบางอย่าง พร้อมทั้งขอให้ได้รับความเป็นธรรมในส่วนของการดำเนินคดี แต่ไม่สามารถพูดได้ว่า นายเจิมบริสุทธิ์หรือไม่ แต่จากลายมือและจดหมายเรียกค่าคุ้มครอง ที่ตำรวจนำมาให้ดู เชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของเขา เพราะจำลายมือ นายเจิม สมัยที่มาบวชอยู่ในวัดเกือบ 1 ปี ได้เป็นอย่างดี ที่พูดเช่นนี้มิใช่เป็นการปกป้องอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างขึ้นกับความจริง ถ้าอาตมาปกป้องจะไม่มีเหตุการณ์มอบตัวในวันนี้อย่าง เด็ดขาด

ผู้สื่อ ข่าวรายงานต่อว่า ในเบื้องต้นนายเจิมถูกตั้งข้อหาตามหมายจับกุมของศาล จำนวน 7 คดี ใน 5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย 1.ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ผู้อื่น และร่วมกันกรรโชกทรัพย์ของผู้อื่น ในพื้นที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2551, 2.ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้อื่นในพื้นที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2551, 3.ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ในพื้นที่ อ.รัษฎา จ.ตรัง เมื่อปี2551, 4.กรรโชกทรัพย์ในพื้นที่ อ.รัษฎา เมื่อเดือนมี.ค.2552,

5.ร่วม เป็นสมาชิกคณะบุคคล ซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการ และมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบร่วมกับพวก เมื่อเดือนเม.ย.2552, 6.ร่วมกันกรรโชกทรัพย์โดยขู่ว่าจะฆ่าผู้อื่น ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อเดือนพ.ค.2552, และ 7.พยายามกรรโชกทรัพย์โดยขู่ว่าจะฆ่าผู้อื่น ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อปี 2551 และภายหลังการเข้ามอบตัวต่อสู้คดี ทางตำรวจคัดค้านประกันตัว ก่อนจะนำตัวฝากขังที่เรือนจำจังหวัดตรัง

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด