แพทย์เตือน! นทท.นอนกางเต็นท์ในป่าระวัง ‘ไข้รากสาดใหญ่’

Home / ข่าวทั่วไป / แพทย์เตือน! นทท.นอนกางเต็นท์ในป่าระวัง ‘ไข้รากสาดใหญ่’

กรมควบคุมโรคแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ที่ไปกางเต็นท์ในป่าระวัง ‘ไข้รากสาดใหญ่’ เผยอาการแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

วันนี้ 28 พ.ย. 59 นพ.วิทยา หลิวเสรี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ กรมควบคุมโรค แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวตามพื้นที่ดอยสูงใน จ.เชียงใหม่ ให้ระมัดระวังตัวไรอ่อนขบ เพราะจะทำให้เกิดโรคสครับไทฟัส หรือ ไข้รากสาดใหญ่ ซึ่งตัวไรอ่อนจะอาศัยในขนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู กระแต หากใครไม่ป้องกันอาจถูกตัวไรอ่อนกัดบริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ เอว ลำตัว บริเวณใต้ราวนม รักแร้ และจะแพร่เชื้อริกเก็ตเซียเข้าสู่ผู้ที่ถูกกัด

26

สำหรับผู้ที่ถูกกัดไปแล้วจะมีไข้สูง ตัวร้อนจัด หนาวสั่น ปวดศีรษะบริเวณขมับและหน้าผากอย่างรุนแรง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ปวดกระบอกตา มีแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้ มีสีแดงคล้ำ เป็นรอยบุ๋มแต่ไม่คัน

จากข้อมูลสถิติพบว่าผู้ป่วยไข้รากสาดใหญ่ประมาณร้อยละ 20 อาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ อาจเสียชีวิตได้ โดยพบผู้ป่วยโรคสครับไทฟัสมากที่สุดในภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่มียารักษาให้หายได้

โดยแนะนำให้ประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์ไฟ กางเต็นท์นอนในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า แต่งกายให้มิดชิด ควรใส่รองเท้า สวมถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา และให้รีบอาบน้ำให้สะอาดหลังออกจากป่า ซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ให้สะอาดทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้

และเมื่อประชาชนกลับจากเที่ยวป่าหรือกางเต็นท์นอนตามพื้นหญ้าในช่วงฤดูหนาว ภายใน 2 สัปดาห์ หากมีอาการป่วย มีไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ และมีรอยแผลที่ผิวหนังคล้ายถูกบุหรี่จี้ ควรรีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเข้าไปในป่าให้แพทย์ทราบทันทีด้วยเพื่อรับการรักษาโดยเร็ว

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News