แม้ ‘ตาบอด’ แต่ไม่ท้อ 2 สามีภรรยา หันจับอาชีพหมอนวด สร้างรายได้

Home / ข่าวทั่วไป, สกู๊ปข่าว / แม้ ‘ตาบอด’ แต่ไม่ท้อ 2 สามีภรรยา หันจับอาชีพหมอนวด สร้างรายได้

2 สามีภรรยา ตาบอดตั้งแต่กำเนิด หันจับอาชีพหมอนวดแก้อาการ และขายลอตเตอรี่ สร้างรายได้ ส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี เผยใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตามแนวพระราชดำรัสของ ‘พ่อหลวง’ กินง่าย อยู่ง่าย ชีวิตมีความสุข ไม่ง้อใคร

ชีวิตทุกชีวิตต้องดิ้นรนต่อสู้ หาเลี้ยงตัวเอง พ่อแม่ และครอบครัว แม้คนปกติเกิดมาครบ 32 ประการ ยังไม่ง่ายที่จะทำหน้าที่ลูกและพ่อแม่ที่ดีได้ วันนี้ MThai News จึงขอนำเสนอชีวิตที่ธรรมดาๆ ของบุคคลที่ไม่ธรรมดา ที่ต้องกล่าวเช่นนี้ก็เพราะบุคคลคู่นี้ตาบอดตั้งแต่กำเนิดทั้งสามีและภรรยา แต่หน้าที่ที่ทั้งคู่ต้องทำในฐานะพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูก และลูกที่ต้องดูแลบุพการีในวัยชรา ทั้งสองท่านนี้ทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเป็นคู่รักตัวอย่างที่ใช้ชีวิตร่วมกันมายาวนานถึง 29 ปี แถมเคยออกรายการทีวี นิตยสารต่างๆ มาแล้วมากมายอาทิ ปี พ.ศ.2553 นิตยสาร วูแมน แอนด์ โฮม ปี พ.ศ.2554 รายการ VIP และ รายการผู้หญิงถึงผู้หญิง ช่วงวันวาเลนไทน์

1

หมออำนวย สุวรรณรังสิกุล (พี่หนุ่ม) และ หมอสุวรรณี สุวรรณรังสิกุล (พี่ณี) สองสามีภรรยา เจ้าของ ร้านเสน่ห์นวดไทย ร้านนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ โดยหมอนวดผู้พิการทางสายตา เริ่มต้นจากการไปเรียนฝึกนวด สำหรับคนตาบอด ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สาธารณสุขรับรอง และตัวพี่หนุ่มเอง เป็นคนตาบอดคนที่ 2 ของประเทศที่สอบ ใบประกอบโรคศิลป์ แพทย์แผนไทย สาขานวดไทย ได้ในปี พ.ศ. 2554 และมีการต่อยอดหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นก็มาเป็นลูกจ้าง นวดให้กับมูลนิธิส่งเสริมอาชีพคนตาบอด ก่อนแยกออกมาเปิดร้านเป็นของตัวเอง เมื่อปี พ.ศ. 2551

แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมาเอาดีทางด้านการนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ ได้เคยขายลอตเตอรี่มาก่อน แต่มันมีความเสี่ยงสูง ค่าลงทุนก็สูง จึงลองหาอะไรใหม่ๆ ทำเพิ่ม เนื่องจากมีลูกๆ อีก 2 คน และ พ่อแม่ ที่แก่ชราลงทุกวัน ต้องเลี้ยงดู และถึงแม้จะเป็นผู้พิการทางสายตา แต่ทั้งคู่ก็สามารถช่วยเหลือตนเอง และใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติทั่วไป เรียกว่า ถ้าไม่มีใครบอกว่าทั้งสองตาบอด ก็ไม่มีทางเชื่อกันเลยทีเดียว

3

หากถามเรื่องรายได้ก็ไม่มากมายนัก เฉลี่ยต่อเดือนรวมกันของทั้ง 2 คน ก็ประมาณ 20,000 บาท จากการนวดแผนไทย แต่ทั้งคู่ก็ยังคงขายลอตเตอรี่ เพื่อให้มีรายได้อีกทางไว้ส่งลูก ๆ เรียน และเลี้ยงดูพ่อแม่ รวม ๆ แล้วตกอยู่ที่ 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งลูกของทั้งสองคน ตอนนี้ได้เรียนจบมีงานทำไปเป็นที่เรียบร้อย ทำให้ทั้งคู่มีความสุขกับการใช้ชีวิต ณ ตอนนี้มาก ๆ

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เงิน 20,000-30,000 บาทต่อเดือน นั้นพอใช้ไหม สำหรับการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ และยังต้องส่งลูกเรียน ซึ่งทั้งคู่บอกว่า “เรากินอยู่กันอย่างพอเพียง ตามแนวพระราชดำรัสของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 หนึ่งวันหมดไปกับค่ากับข้าว ประมาณ 100 บาท เท่านั้น ข้าวของเครื่องใช้ก็ซื้อเฉพาะที่จำเป็น  อยากไปเที่ยวไหนก็ไป ให้รางวัลชีวิตบ้าง ตอนนี้คิดอย่างเดียว ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพื่อให้ลูกมีโอกาสได้สร้างฐานะ ไม่ต้องคอยเป็นห่วงเรา และสร้างบุญกุศลให้กับตนเอง”

สำหรับ ร้านเสน่ห์นวดไทย ร้านนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ โดยหมอนวดผู้พิการทางสายตา ตั้งอยู่ที่ ซอยจันทน์ 43 แยก 18-6 (ตระกูลโต๋ว) หรือเข้าทาง ถนนเจริญราษฎร์ ซอย 5 (อยู่ดี 18) และ 7 แยก 13-2 (อยู่ดี 10)เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 09:00-19:00 น. ซึ่งสามารถโทรนัดล่วงหน้า พร้อมสอบถามเส้นทาง ได้ที่เบอร์ 02 6732883 และเบอร์มือถือ 062 5639787 หรือเข้าไปดูบริการต่าง ๆ ได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ เสน่ห์ นวดไทย 

4

2

 

 

MThai News