เปิดใจเด็กวิทย์ ม.ธรรมศาสตร์ ตั้งปณิธานสานต่องาน ร.9

Home / ข่าวทั่วไป / เปิดใจเด็กวิทย์ ม.ธรรมศาสตร์ ตั้งปณิธานสานต่องาน ร.9

‘สังคม และ ประชาชน’ ปณิธานเด็กวิทย์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หวังสานต่องานในหลวงรัชกาลที่ 9

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยความคิดเห็นของเด็กวิทย์พันธุ์ใหม่ ที่มุ่งมั่นตั้งใจสานต่อพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสและองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคมและประเทศชาติ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ข่าวในหลวง

หลังพบว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา ผู้นำวิทยาการและองค์ความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาบูรณาการช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โดย นางสาวปรียารัตน์ ชัยชิต นักศึกษาจากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม กล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อพ่อหลวงว่า รู้สึกภูมิใจและปลาบปลื้มใจที่ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ที่เปรียบเสมือนพ่อของคนไทยทุกคน ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาที่มีพระปรีชาสามารถรอบด้าน

ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมายหลายโครงการ เพื่อพัฒนาชีวิตของคนไทย ทรงห่วงใยในการแก้ปัญหาต่างๆ ทรงอุทิศพระวรกายในการทรงงานหนักเพื่อประชาชนของพระองค์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ประชาชนคนไทย รวมถึงตนรู้สึกรักและเทิดทูนพระองค์ท่านด้วยความจริงใจ

ทั้งนี้ ตนในฐานะนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จะสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ ผ่านการนำเอาแนวพระราชดำริต่างๆ ของพระองค์มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต นำความรู้ความสามารถที่มีในด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

อาทิ การจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ หรือองค์ความรู้ต่างๆ นำมาใช้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และให้ประชาชนอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้ดำเนินต่อไป

ด้าน นางสาวณิชกานต์ พุทธิเสาวภาคย์ นักศึกษาจากภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร กล่าวถึงมุมมองการนำความรู้ด้านเทคโนโลยีการอาหารมาสานต่อพระราชปณิธานของพ่อหลวงว่า จะมุ่งนำองค์ความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิคการประกอบอาหารมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้มีความหลากหลายแปลกใหม่

และอุดมไปด้วยคุณประโยชน์เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาสภาวะทุพโภชนาการ และเผยแพร่ความรู้ด้านอาหารให้กับคนในสังคม ด้วยมีบุคคลต้นแบบในการเป็น “ผู้ให้” จากพ่อหลวง รัชกาลที่ 9

ที่ไม่ได้เป็นกษัตริย์ผู้ปกครองแผ่นดินแค่ในตำแหน่งเท่านั้น แต่ทรงเป็นกษัตริย์ที่มุ่งดูแลประชาชนทุกชีวิตที่อยู่ใต้ปกครองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อันจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจของพระองค์ ผ่านสื่อในช่องทางต่าง ๆ ยิ่งทำให้ตนรู้สึกโชคดีและภาคภูมิใจยิ่ง ที่ได้เกิดและเติบโตมาในรัชกาลของท่าน ขณะเดียวกัน ก็เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ที่ผลักดันให้ตนอยากทำงานเพื่อสังคมมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ นายสุเมธี ลิสวัสดิรัตนากุล นักศึกษาจากภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร ได้กล่าวเสริมถึงมุมมองของการนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้ยั่งยืนว่าในระยะเริ่มต้น จะนำความรู้ที่มีมาพัฒนาพื้นที่ฟาร์มในสาขาวิชาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านการเกษตรแบบครบวงจร

ก่อนบูรณาทุกองค์ความรู้ทั้งด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ การปรับปรุงและขยายพันธุ์พืช การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ฯลฯ เพื่อต่อยอดสู่งานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อภาคการเกษตร รวมถึงการสร้างทรัพยากรใหม่เพื่อทดแทนทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ เนื่องจากการได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงให้ความสำคัญกับปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วไทย โดยเฉพาะด้านการเกษตร ที่ทรงเคยดำรัสถึงความสำคัญของการเกษตร อย่าง “การเกษตรเป็นศาสตร์ของแผ่นดิน” ที่ถือเป็นกลไกสำคัญหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ นางสาวจินดาพร กองสี นักศึกษาจากภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงมุมมองที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ไว้ว่า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา ทรงเสียสละแรงกายแรงใจให้กับประชาชนที่อยู่ภายใต้การปกครองของพระองค์โดยในหลายโครงการพระราชดำริของพระองค์ทำให้วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น

ทั้งโครงการฝนหลวง โครงการเศรษฐกิจพอเพียง โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ และอีกหลายพระราชดำริที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ พัฒนาต่อยอด และถ่ายทอดความรู้ให้กับบุคคลอื่นว่ามีเหตุผล มีที่มาที่ไปอย่างไร หรือทำไมจึงควรทำตามพระราชดำริของพระองค์ท่านโดยตนสามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ซึ่งจะทำให้สามารถดำเนินรอยตามพระราชดำริของพระองค์ได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ด้วยยึดหลักวาทะสำคัญของนายกุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ศรีบูรพา ที่ว่า “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน” อันสะท้อนถึงอุดมการณ์ และจิตวิญญาณของชาวธรรมศาสตร์ ที่มุ่งแต่จะทำกิจการอันเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมเป็นหลักได้อย่างแจ่มชัด

สำหรับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ก่อตั้งมาแล้วกว่า 30 ปี สามารถผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพคืนสู่สังคมได้เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งยังมีทีมอาจารย์นักวิจัยคุณภาพที่สามารถสร้างสรรค์และพัฒนางานวิจัยคุณภาพที่สามารถนำไปต่อยอดและใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน อาทิ

นวัตกรรมทีมอฟ, วัสดุผงนาโนมหัศจรรย์ดูดซับแก๊ส–สารเคมี ที่มีประสิทธิภาพสูง, นวัตกรรมพยากรณ์โรคต้นข้าวในนาข้าว, นวัตกรรมแผ่นโฟมดูดซับน้ำมัน ภายใน 3 วินาที, นวัตกรรมข้าวหอมมะลิธรรมศาสตร์ และนวัตกรรมกล่องเก็บลำไยสด ต่ออายุ Shelf life 120 วัน เป็นต้น