อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ แจ้งความเอาผิดโฆษกธรรมกาย ข้อหาหมิ่นประมาท

Home / ข่าวทั่วไป / อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ แจ้งความเอาผิดโฆษกธรรมกาย ข้อหาหมิ่นประมาท

อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ แจ้งความเอาผิดโฆษกคณะศิษย์ธรรมกาย เพื่อปกป้องชื่อเสียง หลังให้ข่าวบิดเบือนจากความจริง

เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 14 ธ.ค. 2559 นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ ได้เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับ นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย หลังให้ข่าวกับสื่อมวลชนอ้างว่า ตนวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศที่สวนป่าหิมวันต์ อ.ภูเรือ จ.เลย และศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีช วัลเล่ย์ จ.นครราชสีมา บิดเบือนจากความจริง จนทำให้ทางการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย

ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้ตนเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยตนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านแผนที่ และภาพถ่ายทางอากาศ ดำเนินการทำแผนที่ตามหลักวิชาการที่ถูกต้องมาโดยตลอด จึงต้องเดินทางมาแจ้งความเอาผิดอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องชื่อเสียงและวงศ์ตระกูล ของตนเอง

นายวิฑูรย์ เปิดเผยว่า ข้อเท็จจริงแล้วกรณีที่ดินที่ จ.เลย แล ะจ.นครราชสีมา จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ พบการกระทำผิดมีการบุกรุกป่าและทับลำรางสาธารณะจริง ซึ่งเป็นการดำเนินการและทำตามหลักวิชาที่ได้เรียนมา และตนเองได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้เชี่ยวชาญของศาลตั้งแต่ปีพ.ศ.2534 ตามทะเบียนเลขที่3/2534 กระทรวงยุติธรรมตั้งแต่ปีพ.ศ.2535จนถึงปัจจุบัน ทะเบียนเลขที่6/2555สำนักงานยุติธรรม และยังเป็นผู้มีทะเบียนและปฏิบัติหน้าที่ตามทะเบียนดังกล่าว

ทั้งนี้สาเหตุที่ตนเองถูกไล่ออกจากราชการ ขอชี้แจงว่า ก่อนเกษียณราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งสอบสวนทางวินัยร้ายแรง 5 คดีซึ่งเป็นคำสั่งจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย นายโชติ ตราชู อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันถูกย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเหตุส่วนตัว ซึ่งมีคดีความกันมาก่อนกับ นายโชติ ตราชู กับพวก

ซึ่ง 3 คำสั่งแรกถูกกล่าวหาว่า ให้ความเห็นในการแปลภาพถ่ายทางอากาศคลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับความเห็นของอนุการแปลภาพถ่ายทางอากาศของ คณะกรรมการแก้ไขการบุกรุกที่ทำกินราษฏรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ กบร. โดยความเห็นของ กบร.เป็นบรรทัดฐานให้การพิจารณาความผิดข้าพเจ้า โดยอ้างว่าทำให้กรมป่าไม้เสียหายซึ่งอัยการสั่งไม่ฟ้อง และคำสั่งที่4 ถูกกล้าวหาว่าเบิกเบี้ยเลี้ยงเกินไป 1 วัน จากการเดินทางไปราชการ ซึ่งตนเองพบก่อนและได้นำส่งคืนส่วนการคลังไปนานแล้ว

ก่อนจะมีคำสั่งสอบวินัยร้ายแรงโดยกล่าวหาว่าตนเองทุจริตและอ้างว่าเป็นความผิดสำเร็จ โดยไม่สนใจข้อชี้แจงของข้าพเจ้า ซึ่ง 2 ข้อหาแรกมีสำสั่งไล่ออกจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วขณะนี้อยู่ในขบวนการพิจารณาอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของ กฟ.และยังไม่ทราบผลการพิจารณา