พ่อแม่โร่แจ้งความ หลังลูกสาววัย 13 ถูกหลอกค้ากาม ตร.เร่งนำตัวสอบ

Home / ข่าวทั่วไป / พ่อแม่โร่แจ้งความ หลังลูกสาววัย 13 ถูกหลอกค้ากาม ตร.เร่งนำตัวสอบ

เด็กหญิงอายุ 13 ปี ถูกทำร้ายร่างกายและบังคับให้ยืนขายบริการ ล่าสุดนำผู้เสียหายสอบปากคำต่อหน้าสำนักอัยการเพื่อสอบสหวิชาชีพแล้ว

วานนี้ (18 ม.ค.60) ร.ต.อ.ณธกร ฐิติธาราภัค รองสารวัตร สอบสวน สภ. ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุนายเอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี และนางบี (นามสมมติ) อายุ 35 ปี พ่อแม่ของเด็กหญิงซี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ขอความช่วยเหลือลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายและบังคับให้ยืนขายบริการบริเวณปากซอยเมน 3 หน้าหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าช่วยเหลือ เมื่อเดินทางไปถึงพบ ด.ญ.ซี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี อยู่ในสภาพสะบักสะบอม เนื้อตัวเปื้อนดิน เนื่องจากถูกกลุ่มหญิงสาว และสาวประเภทสอง รุมทำร้าย พร้อมทั้งโดนนางสาวศุภลักษณ์ พูลเงิน อายุ 29 ปี ทำร้ายร่างกายโดยกระชากผม ตบหน้า เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาสอบสวน ต่อที่สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

นายเอ (นามสมมติ) พ่อของเด็ก ให้การว่า ด.ญ.ซี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เป็นลูกสาวของตนเอง ซึ่งหนีหายออกจากบ้านไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2559 ที่ผ่านมา และได้แจ้งความเด็กหายไว้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กระทั่งวันนี้ได้รับโทรศัพท์จากลูกสาว ขอความช่วยเหลือว่าถูกทำร้าย บังคับให้ยืนขายบริการ อยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี จึงได้เข้าแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี และตามมาพบว่าลูกสาวถูกกลุ่มหญิงสาวและสาวประเภทสองที่ยืนขายบริการทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ จึงเข้าช่วยเหลือไว้ได้ ซึ่งเบื้องต้นลูกสาวแจ้งว่า ถูกทำร้ายเนื่องจากหนึ่งในกลุ่มที่ทำร้ายบอกให้กลับไปยืนขายบริการ แต่ลูกสาวของตนเองถูกเพื่อนชักจูงให้มาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร แต่เมื่อมาทำแล้วกลับถูกให้ขายบริการทางเพศ

ด.ญ.ซี (นามสมมติ) ให้การว่า ตนเองนั่งรถจยย.รับจ้างเข้าไปในหมู่บ้าน โดยกลุ่มหญิงสาวและสาวประเภทสองที่ขายบริการอยู่ได้เรียกตนเอง แต่ตนเองไม่ให้รถจยย.รับจ้างที่นั่งมาจอด และไปลงซอยที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักเพื่อที่ไปทำงานที่ร้านอาหาร จู่ ๆ กลุ่มหญิงสาวและสาวประเภทสองก็พยายามเข้ามาทำร้าย โดยมีนางสาวศุภลักษณ์ ได้เข้ามากระชากผมตนเอง และตบเข้าที่ใบหน้าจนตนเองล้มลงกับพื้นถนน ซึ่งหนึ่งในกลุ่มนั้นไม่พอใจที่ตนเองไม่ไปทำงานรับแขกให้ ก่อนหน้านี้มีเพื่อนตนเองชักชวนมาเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร แต่เมื่อมาถึงกลับให้ขายบริการ และให้ทำหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะต้องจ่ายเงินค่านายหน้าให้กับแม่เล้า และบางครั้งก็ไม่ได้เงิน อีกทั้งตนเองก็ถูกชักชวนให้เสพยาเสพติดจนเมาก่อนจะให้ไปขายบริการ โดยในแต่ละครั้งจะถูกให้ค่าตัวในราคา 1,100 – 1,500 บาท ซึ่งตนเองจะได้เงิน 500 บาท ส่วนที่เหลือแม่เล้าจะเก็บไปเป็นค่านายหน้า

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เดินทางไปตรวจสอบ บริเวณปากซอยเมน 3 หน้าหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พบว่ามีหญิงสาวเดินและยืนให้บริการอยู่บริเวณดังกล่าว โดยมีผู้หญิงและสาวประเภทสองขับรถรับหญิงสาวยืนอยู่ตามริมถนนหลายคน เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะพากันวิ่งหลบหนี

 

ความคืบหน้า(19 ม.ค.60) นายเอ (นามสมมุติ)อายุ 37 ปี ได้พา ด.ญ.ซี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี เข้าพบ ร.ต.อ.ณธกร ฐิติธาราภัค รองสารวัตร สอบสวน สภ. ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยทางพนักงานสอบสวนได้นำตัว ผู้เสียหายไปสอบปากคำต่อหน้าสำนักอัยการเพื่อสอบสหวิชาชีพ

ทั้งนี้ ร.ต.อ.ณธกร ฐิติธาราภัค รองสารวัตร สอบสวน สภ. ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ลงบันทึกประจำวันและแจ้งข้อกล่าวหากับนางสาวศุภลักษณ์ พูลเงิน อายุ 29 ปี ในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และปล่อยตัวไปเพราะต้องรอใบรับรองแพทย์การตรวจร่างกายของ ด.ญ.ซี (นามสมมุติ) อายุ13ปี เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้กระบวนการทำงานแบบทีมสหวิชาชีพในการทำงานช่วยเหลือคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวระดับพื้นที่มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ …

1.กระบวนการค้นหาความจริง หรือการสืบสวนสอบสวน

2.กระบวนการคุ้มครองและป้องกันเฉพาะหน้า

3.กระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้เสียหายและครอบครัว เป็นงานด้านการแพทย์

4.กระบวนการคืนสู่สังคม

5.การป้องกันในการลดปัจจัยเสี่ยงภายในครอบครัวและชุมชน

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก เว็บไซต์ gotoknow