รองผู้ว่าฯตรัง เดินหน้าหาความเป็นธรรมกรณีไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ

Home / ข่าวทั่วไป / รองผู้ว่าฯตรัง เดินหน้าหาความเป็นธรรมกรณีไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เดินหน้าหาความเป็นธรรมกรณีไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ

จากกรณีที่นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ออกมาเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนข้าราชการ สื่อมวลชน และประชาชน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตัวเอง และต้องการสร้างบรรทัดฐานการแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย หลังจากคำสั่งแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 แล้วไม่มีชื่อตนเองได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

ทั้งๆที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดในการดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (ขณะนั้นรวม 8 ปี 4 เดือน) ตามการนับอายุราชการทวีคูณในการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ หนังสือเวียน สำนักงาน ก.พ. และประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด จนได้มีการทำหนังสือขอความเป็นธรรมไปยังต้นสังกัด คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตามมา

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 20 เม.ย. 60 นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า เรื่องร้องขอความเป็นกรณีการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดตามมติ ครม.เมื่อเดือนกันยายน 2559 ซึ่งได้ไปยื่นหนังสือเรียกร้องไว้กับ สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย และถวายฎีกา โดยในส่วนของหนังสือร้องเรียนไปยัง 3 หน่วยงานแรกนั้น ประมาณเดือนกันยายน – พฤศจิกายน 2559 ได้รับการตอบกลับมาแล้วโดยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นคนตอบเองทั้งหมด 3 ฉบับ ว่าทุกอย่างได้ดำเนินการถูกต้องแล้วจะไม่มีการทบทวนอีก ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะถูกหรือผิด

และเมื่อประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา ตนเองได้ส่งเรื่องไปอยู่ที่คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมรับเรื่องไว้เรียบร้อยแล้ว ก็กำลังติดตามอยู่ว่าทำไมล่าช้านัก แม้จะไม่มีระเบียบกำหนดกรอบเวลาการพิจารณาไว้ก็ตาม แต่ไม่ควรจะนานเกินไป ซึ่งส่วนตัวก็บอกไปแล้วว่า การพิจารณาล่าช้าหรือความเป็นธรรมที่ล่าช้านั้น คือ ความไม่เป็นธรรม ซึ่งในไม่ช้านี้จะเดินทางไปติดตามการพิจารณาที่สำนักงานคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมด้วยตนเอง ซึ่งหากผลออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ ก็นำเรื่องไปสู่ศาลปกครอง และจากศาลปกครองหากไม่เป็นที่พอใจอีก ก็จะไปสู่ศาลยุติธรรม เพื่อจะดำเนินการตามมาตรา 157 กับทุกฝ่ายที่กล่าวมาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีกรณีตัวอย่างเกิดขึ้นอีก เมื่อศาลพิพากษาจำคุกอดีตปลัดกระทรวงท่านหนึ่ง เป็นเวลา 2 ปี แต่ให้รอลงอาญา จากกรณีการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นตนเองก็เช่นกัน หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในปีนี้ ก็ยังยืนยันถึงจะเกษียณอายุราชการไปกี่ปีก็ตาม ก็ไม่เป็นไร จะเดินหน้าต่อ ไม่มีมวยล้มอย่างเด็ดขาด ไม่ต้องมาประวิงเวลา เพราะถือว่าได้ตั้งต้นเรื่องไว้แล้ว เพราะส่วนตัวต้องการรักษามาตรฐานของการแต่งตั้งข้าราชการ ไม่ได้หวังเพื่อตัวเอง

ทั้งนี้เคยประกาศมาตลอดว่าหากได้รับการทบทวนพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ก็จะลาออกทันที จะไม่รับตำแหน่ง แต่หากไม่ได้รับการทบทวนก็จะเดินหน้าขอความเป็นธรรมเพื่อสร้างบรรทัดฐานการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อคนรุ่นต่อๆไปของกระทรวงมหาดไทย จะได้รับความเป็นธรรมไม่เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก