ฆ่าตัดตอนแนวร่วมฯ โยนความผิดจนท.รัฐ

Home / ข่าวทั่วไป / ฆ่าตัดตอนแนวร่วมฯ โยนความผิดจนท.รัฐ

โจรใต้ฆ่าตัดตอนแนวร่วม อ.รือเสาะ โยนความผิดให้เจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ชาวบ้านนับร้อยไม่พอใจล้อมกรอบไม่ให้จนท.เข้าชันสูตรศพ

(3ก.ย.) เช้าวันนี้ พ.ต.ท. วิโรจน์ นวลแก้ว รอง ผกก.สส.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นายสันติ ชูดวง ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.รือเสาะ และร.ต.ท. แดนชัย มูลป้อม พนักงานสอบสวน สภ.รือเสาะ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต บนถนนในหมู่บ้านบาเร๊ะบือแน ม.3 ต.สุวารี ซึ่งห่างจากบ้านพักเลขที่ 38 ประมาณ 50 เมตร ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลา 02.30 น.วันเดียวกันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ไม่กล้าเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกรงกลุ่มผู้ไม่หวังดีจะแฝงตัวดักซุ่มโจมตี

เมื่อเจ้า หน้าที่ถึงที่เกิดเหตุพบชาวบ้านทั้งชายและหญิง กว่า 300 คน ยืนจับกลุ่มอยู่ที่บ้านเลขที่ 38 พร้อมทั้งแสดงความไม่พอใจเจ้าหน้าที่ด้วยการพูดภาษายาวีที่ถ้อยคำหยาบคาย เจ้าหน้าที่จึงสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น และพบว่าศพผู้เสียชีวิตที่ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม อา.ก้า.ที่บริเวณใบหน้า ท้ายทอยและลำตัวพรุนไปทั้งร่างนั้นคือ นายนาวิน เจ๊ะฮะ อายุ 19 ปี ทางญาติได้นำศพขึ้นไปไว้บนบ้านหลังดังกล่าว เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ก่อนที่จะนำศพไปฝัง

เจ้าหน้าที่จึงได้ ขอขึ้นไปชันสูตรศพนายนาวินบนบ้านพัก แต่ญาติผู้ตายและชาวบ้านไม่ยินยอม โดยอ้างว่าเหตุที่เกิดขึ้นใครเป็นคนทำก็รู้แก่ใจ ปล่อยให้วิญญาณของผู้ตายไปสู่สุขคติ เจ้าหน้าที่จึงขอตัวกลับ เพื่อไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และพบปลอกกระสุนปืนสงคราม อา.ก้า. จำนวน 9 ปลอก ตกอยู่ที่ฝาผนังข้างบาราเซาะบ้านบาเร๊ะบือแน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า หลังจากผู้ตายร่วมนั่งดื่มน้ำชากับเพื่อนบ้านที่ร้านน้ำชา ห่างจากบ้านพัก ประมาณ 100 เมตรแล้ว เสร็จจึงได้ขี่จยย.กลับบ้านพักตามลำพัง ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวของข้างฝาผนังของบาราเซาะ แล้วใช้อาวุธปืนสงคราม อา.ก้า.ยิงถล่มใส่ผู้ตาย 9 นัดซ้อน จนเสียชีวิตคาที ทางญาติและเพื่อนบ้านได้ยินเสียงปืน จึงพากันวิ่งออกมาดูพบนายนาวินเสียชีวิตแล้ว จึงได้ช่วยกันนำร่างของนายนาวินขึ้นบ้านพัก เพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนา

เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัดตอนของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เนื่องจากนายนาวิกผู้ตายมีพฤติกรรมเป็นแนวร่วม ซึ่งช่วงหลังเริ่มตีตัวออกห่าง และอาจแพ่งพรายความลับของกลุ่มขบวนการให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบ จึงอาศัยจังหวะเหตุการณ์ความไม่สงบลอบยิงนายนาวิน เพื่อโยนความผิดให้กับเจ้าหน้าที่