ผวา! อาถรรพณ์นกแสกดับ 100 ศพ

Home / ข่าวทั่วไป / ผวา! อาถรรพณ์นกแสกดับ 100 ศพ

artannoksak


อาถรรพ์นกแสก กับ จระเข้แสนรู้


ตำนานนกแสกอาถรรพ์

ผวา! อาถรรพณ์นกแสกปลิดชีพ ร้องทักชาวบ้านกรุงเก่าตายสังเวยแล้ว 100 ศพ บินโผล่ป้วนเปี้ยนแถววัดดังในอำเภอบางปะอิน เกาะอยู่บนต้นมะขามติดเมรุ-ศาลาการเปรียญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสเผย วันไหนร้องดังผิดปกติ 2 วันต่อมาจะมีคนตาย ญาติหามศพมาตั้งสวดที่วัด แฉแค่ไม่ถึงเดือนชาวบ้านดับเซ่นแล้ว 6 ศพ ขณะที่ผู้เฒ่าใกล้วัดยันคำโบราณว่าไว้ นกแสกบินเกาะบ้านใครห้ามร้องทัก เพราะจะมีคนตาย แต่ออกตัวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดบ้านสร้าง ต.บ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา หลัง มีเสียงร่ำลือว่า มีนกแสกที่มาวนเวียนอาศัยอยู่ในบริเวณวัด ส่งเสียงร้องจนมีชาวบ้านสังเวยชีวิตไปแล้วหลายศพ ทำเอาชาวบ้านแถวนั้นต่างหวาดผวาอาถรรพณ์เสียงนกแสกกันเป็นแถว เมื่อไปถึงพบมีศพถูกตั้งสวดพระอภิธรรมที่ศาลาการเปรียญ 1 ศพ และที่ศาลาธรรมสังเวช อีก 1 ศพ ทางด้านพระสวัสดิ์ กิติสาโร อายุ 61 ปี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบ้านสร้าง เปิดเผยถึงเรื่อง ดังกล่าวว่า เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องลี้ลับ แต่เท่าที่สังเกตพบในบริเวณวัดมีนกแสก 4 ตัว จะบินมาเกาะอยู่ตามต้นมะขามข้างกุฏิกับข้างเมรุ และบริเวณจั่วศาลาการเปรียญเป็นเวลานานแล้ว ทุกวันนกแสกจะส่งเสียงร้องปกติตามธรรมชาติของมัน ก็ไม่เห็นมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

“แต่มาเมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา นก แสกจะร้องเสียงดังมากเหมือนตกใจ จึงบอก พระในวัดว่าให้เตรียมกวาดศาลาไว้ได้เลย เพราะเชื่อว่าต้องมีคนตายแล้วมาตั้งสวดที่วัดแน่ ปรากฏว่า 2 วันต่อมาก็มีญาติโยมมาติดต่อสวดศพบำเพ็ญกุศลจริง ๆ ช่วงเดือนนี้ (ก.ย.) ยังไม่ ถึงเดือนเลย นกแสกร้องเสียงดัง และมีศพมาตั้ง สวดแล้ว 6 ราย”

พระ สวัสดิ์เล่าต่อว่า บวชเป็นพระเมื่อปี พ.ศ. 2517 นายไปล่ซึ่งเป็นชาวบ้านที่มาอาศัยอยู่ที่วัด ทำหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดวัด และเสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน เคยเล่าเกี่ยวกับเรื่อง “อาถรรพณ์นกแสก” ให้ฟังว่า ถ้ามัน ส่งเสียงร้องจะมีคนเสียชีวิต ครั้งแรกอาตมาก็ไม่เชื่อ กระทั่งกลางดึกวันหนึ่งมีเสียงนกแสกร้องดังมากผิดปกติ นายไปล่ก็เปรยว่าจะเอาชีวิตใครอีกล่ะครั้งนี้ 2 วันต่อมาก็มีชาวบ้านในหมู่บ้านเสียชีวิต ศพถูกนำมาตั้งไว้ที่วัดจริง ๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเวลานกแสกร้องเสียงดังที่วัด ก็จะมีคนตายและศพจะถูกนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด โดยตลอด 31 ปีที่ผ่านมาเท่าที่จำได้มีศพมา ตั้งบำเพ็ญกุศลแล้วกว่า 100 ศพ หลังจาก นกแสกร้องเสียงดังผิดปกติ หลังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง พระสวัสดิ์ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูบนต้นมะขามสูงประมาณ 3 เมตร ที่ติดกับเมรุเผาศพ พบมีเจ้านกแสกเกาะอยู่ 1 ตัวและอีก 1 ตัว เกาะอยู่ที่ยอดจั่วศาลาการเปรียญ โดยลูกนัยน์ตาของมันสีแดงก่ำน่ากลัว แต่โชคดีที่มันยังไม่ได้ ส่งเสียงร้อง

ด้านนายเสนอ มารวย อายุ 80 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ วัด บอกว่า ปู่ย่าตายายสั่งสอนไม่ให้ทัก เวลานกแสกมาเกาะร้องอยู่บนหลังคาบ้าน เพราะเชื่อว่าเป็นลางร้าย ถ้ามันไปเกาะร้องบ้านใครจะมีคนตาย เชื่อกันมาตั้งแต่โบราณ จนมีการเรียกนกแสกว่า “นกแสกผี” เท่าที่ตนพบเห็นมา ก็เชื่อว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยพบเห็นนกแสกแล้ว เมื่อก่อนจะพบเห็นบ่อย เพราะบ้านเรือนสมัยก่อนจะมีต้นไม้ขึ้นอยู่จำนวนมาก แต่ระยะหลังบ้านเมืองเจริญ ต้นไม้ไม่ค่อยมี จึงไม่ค่อยพบเห็นมันง่าย ๆ และส่วนใหญ่จะเห็นเฉพาะตอนกลางคืน ตอนบินออกมาจับหนูจับงูกินเป็นอาหาร ส่วนมากมันจะมาอาศัยอยู่ตามวัด เพราะร่มเย็น มีต้นไม้สูงใหญ่ ผู้คนไม่ค่อยมารบกวน ส่วนที่วัดบ้านสร้าง ก็มีเรื่องน่าแปลกที่มีผู้เสียชีวิตแล้วนำศพมาบำเพ็ญกุศลบ่อยมาก ความเชื่อเรื่องนกแสกร้องแล้วจะมีคนตายนั้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ใครจะเชื่อ ไม่เชื่อ คงบังคับกันไม่ได้

ขณะที่ นายบุญชอบ ไวยพันธา อายุ 51 ปี ช่างภาพที่รับงานถ่ายรูปงานพิธีประจำหมู่บ้าน กล่าวว่า มาถ่ายรูปงานศพที่แห่งนี้บ่อย และโดยส่วนตัวเชื่อเรื่องอาถรรพณ์นกแสกร้องแล้วจะมีคนตายแบบที่โบราณว่ากัน ไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ “นกแสก” มีถิ่นที่อยู่อาศัยในแถบประเทศอินเดีย อินโด นีเซีย พม่า กัมพูชา เวียดนาม ลาว และไทย ซึ่งพบมากทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงใต้ รูปร่างลักษณะของตัวผู้และตัวเมียจะคล้ายกัน คือ วงหน้ามีขนสีขาวขึ้นเต็มเป็นรูปหัวใจ ตากลมดำโต ปากแหลมงุ้ม ขนตัวด้านบนมีสีเหลืองปนน้ำตาลเทา มีจุดขาวและน้ำตาลประปราย ขนใต้ท้องสีขาว ส่วนปีกและหางมีลายขวาง สีเหลืองสลับน้ำตาลอ่อน เล็บเท้ายาวงุ้มแหลม เล็บนิ้วกลางลักษณะคล้ายฟันเลื่อย ขายาว มีสายตาและประสาทหูดีมาก โดยเฉพาะเวลากลางคืน ซึ่งเป็นเวลาออกหากิน อาหารโปรดคือหนูท้องขาว ส่วนตอนกลางวันสายตาจะแย่ที่สุด ดังนั้นเมื่อตะวันขึ้นแตะขอบฟ้า พวกมันจะหาที่ตามซอกหลืบมืด ๆ โพรงไม้ซอกเจดีย์ พักผ่อน หลับนอน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์