ข่าวสดวันนี้ เด็กดื้อ เด็กหาย

ไม่ทน พ่อ-แม่ ประกาศไม่ขอเลี้ยงลูกวัย 11 เหตุเคยวางยา ย่า-พี่พิการ

Home / ข่าวทั่วไป / ไม่ทน พ่อ-แม่ ประกาศไม่ขอเลี้ยงลูกวัย 11 เหตุเคยวางยา ย่า-พี่พิการ

พ่อแม่ประกาศลั่นไม่ขอเลี้ยงลูกชายวัย 11 ขวบ หลังสอนไม่ฟัง เคยเคยวางยาผู้บังเกิดเกล้า ด้านตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เตรียมสอบถามเด็กต่อหน้านักสังคมสงเคราะห์อีกครั้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (27 มิ.ย. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กชายรายหนึ่งประกาศไม่ขอรับเลี้ยง เนื่องจากทนพฤติกรรมไม่ไหว โดยรายงานระบุว่า หลังจากที่เพจของหายได้คืน สวพ.FM91 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบเด็กผู้ชายวัย 11 ขวบ พลัดหลงในซอยพุทธบูชา 39 แต่งกายด้วยชุดลูกเสือ และมีบาดแผลตามตัวรวมถึงใบหน้า

โดยเบื้องต้นเด็กชายอ้างว่าหนีมาจากโรงเรียนที่ จ.จันทบุรี เพราะเบื่อเพื่อน ส่วนพ่อแม่เสียชีวิตแล้ว ขณะที่บาดแผลตามร่างกายมาจากการถูกแม่เลี้ยงทำร้ายนั้น ทางเพจดังกล่าวจึงได้พาไปแจ้งความหาผู้ปกครอง ก่อนจะทราบว่า ผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้เสียชีวิตตามที่กล่าวอ้าง

โดยผู้ปกครองเผยว่า ลูกชายหนีออกจากบ้านเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2560 หลังไปขโมยพระเครื่องของนายจ้างที่ผู้ปกครองทำงานอยู่ด้วย แต่นายจ้างไม่ติดใจดำเนินคดี ด้วยความโมโหผู้เป็นพ่อจึงใช้เชือกมัดแขนลูกไว้เป็นการทำโทษ แต่ลูกกลับหนีออกมาจากบ้าน อีกทั้งยังบอกอีกว่า ลูกชายเป็นเด็กดื้อและเกเร ชอบแกล้งคน ขโมยโทรศัพท์มือถือของเพื่อนบ้าน และทำลายรองเท้าที่พ่อแม่รับมาจากโรงงานเพื่อมาทำเป็นอาชีพ จนต้องเป็นหนี้มากถึง 180,000 บาท รวมถึงลูกชายยังมีพฤติกรรมพูดใส่ร้ายพ่อแม่อยู่เป็นประจำ

ส่วนบาดแผลตามร่างกายของเด็กมาจากการทำร้ายตัวเองทั้งสิ้น ซึ่งตั้งแต่เกิดลูกชายจะอาศัยอยู่กับปู่และย่าที่ต่างจังหวัด เพราะพ่อแม่มีภาระต้องเลี้ยงดูลูกสาวคนโตที่พิการ อายุ 14 ปี และลูกชายคนเล็กวัย 6 ขวบ จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อนย่าเสียชีวิต สาเหตุมาจากถูกหลานชายหยดน้ำยาล้างห้องน้ำผสมกับน้ำให้ดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยลูกมาสารภาพหลังย่าเสียชีวิตแล้ว อีกทั้งลูกชายวัย 11 ขวบ ยังเคยผสมผงยากันยุงกับน้ำลำไยให้พี่สาวพิการ รวมถึงพ่อและแม่ดื่มด้วย แต่ทุกคนรอดชีวิตมาได้ ทั้งนี้ เคยพาลูกชายไปพบจิตแพทย์ แต่ก็ไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจว่าจะไม่ขอเลี้ยงดูลูกชายคนนี้อีกต่อไป

เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อตามคำให้การของพ่อและแม่เด็ก จึงเตรียมสอบถามเด็กต่อหน้านักสังคมสงเคราะห์และสหวิชาชีพ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงอีกครั้ง โดยระหว่างนี้เด็กชายวัย 11 ขวบ จะอยู่ในความดูแลของศูนย์ประชาบดี และเตรียมส่งตัวเด็กเข้าสู่สถานสงเคราะห์ เพื่อให้ได้รับการฟื้นฟูและบำบัดสภาพจิตใจต่อไป