ฟอกเงิน รายงานตัวครั้งสุดท้าย เบนซ์ เรซซิ่ง แพท ณปภา

“แพท ณปภา” เผยแยกสำนวนสู้ ปัดหารือคดีสามี รอศาลพิจารณา 7 ส.ค. นี้

Home / ข่าวทั่วไป / “แพท ณปภา” เผยแยกสำนวนสู้ ปัดหารือคดีสามี รอศาลพิจารณา 7 ส.ค. นี้

“แพท ณปภา” เข้ารายงานตัวคดีฟอกเงิน ศาลพิจารณาอีกครั้ง 7 ส.ค. นี้ เผยใช้ทนายคนละทีมกับสามี ปรึกษากันแค่เรื่องลูกเท่านั้น

วันนี้ (26 ก.ค. 60) นางสาวณปภา ตันตระกูล หรือ แพท ดารานักแสดงและพิธีกรชื่อดัง พร้อมด้วยทนายความเดินทางเข้ารายงานตัวต่อศาลอาญา ผลัดสุดท้าย ในฐานะผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน กับ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามี กับพวกรวม 5 คน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลานัด นางสาวณปภา ได้เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนขึ้นไปรายงานตัวต่อศาล ประมาณ 20 นาที และลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

โดย นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ ระบุว่า วันนี้มารายงานตัวผัดที่ 7 โดยจะครบกำหนดในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ซึ่งหลังจากนั้นพนักงานอัยการจะมีความเห็นเป็นเช่นไร ทางทนายความและ นางสาวณปภา ก็พร้อมที่จะยอมรับ แต่หากอัยการสั่งฟ้องนางสาวณปภา จะตกเป็นจำเลยทันที ซึ่งทนายได้เตรียมยื่นหลักทรัพย์ต่อสู้คดี พร้อมเชื่อว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดเป็นประโยชน์ และคาดว่าจะได้รับความเมตตาจากศาล แต่หากมีการต่อสู่คดีในอนาคต ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ทิศทางจะเป็นอย่างไร ต้องรอคำพิจารณาจากศาลก่อน

ขณะที่ นางสาวณปภา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่อยากชี้แจงในรายละเอียดของคดี ต้องรอให้อัยการมีความเห็นในวันที่ 7 สิงหาคม ก่อน จึงจะมีการหารือกับทีมทนายความอีกครั้ง แต่ยอมรับว่าคดีของตัวเองและคดีของสามี ใช้ทีมทนายความคนละทีมในการต่อสู้คดี จึงไม่สามารถที่จะให้ความเห็นได้และไม่ได้มีการพูดคุยกัน โดยจะหารือกันเฉพาะเรื่องลูกเท่านั้น

ด้าน พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ึผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับแพทว่า ล่าสุดได้มีการสอบถามไปทางอัยการทราบว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการร่างคำร้องคำฟ้องต่างๆ โดยอัยการได้มีการตรวจสอบสำนวนคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้จากการคาดการณ์ในขั้นตอนและกระบวนการ คาดว่าน่าจะทันก่อนหมดกําหนดฝากขังผัดสุดท้าย แต่ทางอัยการจะส่งสำนวนคดีและคำฟ้องกับศาลเมื่อใดนั้น ไม่สามารถก้าวล่วงได้ เนื่องจากเป็นดุลพินิจของอัยการ

ส่วนพยานหลักฐานต่างๆ ที่จะยื่นไปรวมในสำนวนคดีนั้น ขณะนี้ถือว่าหมดหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งพยานหลักฐานต่างๆ ก็ครบถ้วนแล้ว โดยทางพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะไม่มีการส่งพยานหลักฐานใดๆ ไปเพิ่มเติมในสำนวนคดีอีก