CPR ช่วยปั้มหัวใจ แพทย์หญิง

ชื่นชม! แพทย์หญิงจอดรถลงช่วยปั้มหัวใจ หนุ่มหมดสติ ไม่พบสัญญาณชีพ

Home / ข่าวทั่วไป / ชื่นชม! แพทย์หญิงจอดรถลงช่วยปั้มหัวใจ หนุ่มหมดสติ ไม่พบสัญญาณชีพ

ชื่นชม! แพทย์หญิง…จอดรถลงช่วยปั้มหัวใจ CPR หนุ่มประสบอุบัติเหตุ หมดสติไม่มีสัญญาณชีพ  

วันนี้ (1 ส.ค. 60) เวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจท่าศาลา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนสาย 401 บ้านเราะ ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน สภาพพังเสียหายล้มอยู่กลางถนน ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บจำนวน 3 ราย มีบาดแผลเล็กน้อยจำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลท่าศาลา ทราบชื่อต่อมาคือ นายฉลวย พุทธเษม อายุ 57 ปี และนางวรรณดี ยกย่อง อายุ 53 ปี

นอกจากนี้ที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทราบชื่อคือ นายวัชรัชโรจณ์ โรจนวิภาค อายุ 34 ปี สมองบวม หมดสติ และไม่มีสัญญาณชีพ โชคดีที่มีแพทย์ ผ่านมาพบเหตุ จึงช่วยปั้มหัวใจ จนสัญญาณชีพกลับมา ก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความประทับใจให้กับชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งผู้ที่ผ่านจุดเกิดเหตุ ต่างชื่นชมความมีน้ำใจ และความเป็นแพทย์ที่แท้จริงของแพทย์หญิงคนดังกล่าว ที่ให้การช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับบาดเจ็บ ถึงแม้จะไม่ใช่ที่โรงพยาบาล แต่ก็ทำหน้าที่อย่างสุดกำลังความสามารถ

โดยแพทย์หญิงคนดังกล่าว ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวและผ่านมาพบเหตุ จึงรีบจอดรถลงมาให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัส ที่มีอาการสมองบวม หมดสติ และไม่มีสัญญาณชีพ จึงทำการช่วยเหลือปั้มหัวใจ หรือ CPR ผู้บาดเจ็บ ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ กลางถนน ท่ามกลางชาวบ้านที่ลุ้นให้กำลังใจการช่วยเหลือ จนผู้บาดเจ็บมีสัญญาณชีพกลับมา แต่ผู้บาดเจ็บยังไม่รู้สึกตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ รีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต

นอกจากนี้ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายวัชรัชโรจณ์ โรจนวิภาค ผู้บาดเจ็บสาหัส ขับขี่รถ จยย.มาตามถนน แต่ถูกรถกระบะ ไม่ทราบยี่ห้อ สีและป้ายทะเบียน พุ่งชน จนรถของ วัชรัชโรจณ์ ผู้บาดเจ็บ ทำให้รถเสียหลักพุ่งชน รถจยย.ของชาวบ้าน ที่ขับผ่านมา ได้รับความเสียหาย ส่วนรถกระบะคันก่อเหตุ หลังเกิดเหตุ ได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามรถกระบะคันก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป