ข่าวMONO พธม. สมชาย สลายชุมนุม สลายชุมนุมกลุ่มพันธมิตร

ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ สลายชุมนุมกลุ่มพันธมิตร

Home / ข่าวทั่วไป / ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ สลายชุมนุมกลุ่มพันธมิตร

ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ สลายชุมนุมกลุ่มพันธมิตร มีการต่อสู้กันยาวนานมากว่า 9 ปี ตั้งแต่ปี 2551

วันนี้(3 ส.ค.) ทีมข่าวขอพาไปย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ คดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร มีการต่อสู้กันยาวนานมากว่า 9 ปี  นายสมัคร สุนทรเวช ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2551 หลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยว่า การจัดรายการ “ชิมไปบ่นไป” มุ่งประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรค ประกาศสนับสนุนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และตามกฎหมาย นายสมชาย ต้องเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนปฏิบัติหน้าที่ แต่กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ยินยอม อ้างว่าไม่มีความชอบธรรม

ก่อนเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมอาคารรัฐสภาตั้งแต่คืนวันที่ 6 ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 7 ตุลาคม 2551 และเพื่อเปิดทางให้คณะรัฐมนตรี รวมถึงสมาชิกรัฐสภาเข้าไปภายในสภาได้ เจ้าหน้าที่จึงยิงแก๊สน้ำตา จนเกิดเหตุปะทะกับผู้ชุมนุม สุดท้ายการแถลงนโยบายก็ผ่านไปได้ แต่ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 471 คน เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งหลังเหตุการณ์ดังกล่าว พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ต่อมาวันที่ 7 กันยายน 2552 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจโทสุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมส่งสำนวนให้ อัยการสูงสุดขณะนั้น

อีกด้านหนึ่ง เรื่องนี้ถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภา เพื่อให้ถอดถอนนายสมชาย ออกจากตำแหน่ง จนเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2553 วุฒิสภามีมติเสียงข้างมาก 76 ต่อ 49 เสียง ไม่ถอดถอนนายสมชายออกจากตำแหน่ง วันที่ 9 ตุลาคม 2555 อัยการไม่ส่งฟ้องอ้างว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอจึงส่งเรื่องกลับไปยัง ป.ป.ช.

ต่อมาวันที่ 7 มกราคม 2558 ป.ป.ช. ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในสำนวนฟ้อง ระบุว่า มีการใช้กำลังสลายการชุมนุม ด้วยวิธียิงและขว้างแก๊สน้ำตาที่บรรจุด้วยวัตถุระเบิดแรงสูงใส่กลุ่มผู้ชุมนุม โดยจำเลยมีอำนาจหน้าที่ดูแลการชุมนุม แต่กลับใช้อำนาจสั่งสลายการชุมนุมโดยไม่ได้ดำเนินการตามหลักสากล
ขณะที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ศาลประทับรับฟ้อง และดำเนินการมาถึงการไต่สวนครั้งสุดท้าย เมื่อ 30 มิถุนายน 2560 โดยในคำแถลงปิดคดี นายสมชาย ได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา

กระทั่ง 2 สิงหาคม 2560 ศาลอ่านคำพิพากษายกฟ้องจำเลย ทำให้คดีประวัติศาสตร์ที่กินเวลาต่อสู้นานกว่า 9 ปี คลี่คลายลงเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.)