รวบแล้ว! คนร้ายฆ่าโหดสาวใหญ่กลางสวนผลไม้ อีก1 ผูกคอตายหนีความผิด

Home / ข่าวทั่วไป / รวบแล้ว! คนร้ายฆ่าโหดสาวใหญ่กลางสวนผลไม้ อีก1 ผูกคอตายหนีความผิด

ตำรวจ จ.จันทบุรี รวบคนร้ายฆ่าโหดสาวใหญ่กลางสวนผลไม้ ผู้ต้องหาอีก 1 รายผูกคอตายหนีความผิด

จากกรณีคนร้ายบุกฆ่าหญิงวัย 67 ปีกลางสวนผลไม้ ภายในบ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 7 ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จากการตรวจสอบพบว่าตามร่างกายพบบาดแผลบริเวณหลังถูกตีเป็นแผลและบริเวณราวนมทั้ง 2 ข้างถูกแทงด้วยของมีคมรวม 4 แผล ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือนางองุ่น ศรีคงรักษ์ อายุ 67 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันนี้ (13 ส.ค.60) ร.ต.อ.กรีฑาพล มีมุข ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี และกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้เข้าตรวจสอบบริเวณใต้ต้นไม้กลางทุ่งนา ในพื้นที่ ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบคนผูกคอเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นมะม่วง ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้เสียชีวิต เป็นคนเดียวกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าโหดหญิงวัย 67 ปี กลางสวนผลไม้ และเมื่อคืนที่ผ่านได้หลบหนีการจับกุม ก่อนที่ช่วงสายวันนี้จะใช้เชือกผูกคอตนเองเสียชีวิต เพื่อหนีความผิด ต่อมาทราบชื่อ คือนายอรรถพล รอดแก้ว หรืออัด อายุ 38 ปี

จากนั้นพล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้พูดคุยกับมารดาของนายอรรถพล ผู้เสียชีวิต ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งมารดาของผู้ตาย และพี่สาว ไม่ติดใจสาเหตุการตายในครั้งนี้ โดยเปิดเผยว่า ไม่ทราบเช่นกันว่าลูกชายไปก่อเหตุน่าสะเทือนขวัญขึ้นในพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องติดตามจับกุมตัว มาทราบว่าลูกชายตนผูกคอตายเมื่อช่วงสายของวันนี้เช่นกัน เนื่องจากเมื่อคืนนี้ลูกชายก็ไม่ได้กลับบ้าน

นายอุดร สมหวัง อายุ 50 ปี คนงานเหมือง ที่เป็นผู้พบศพของนายอรรถพล เป็นคนแรก ได้เปิดเผยว่า ตนได้เดินมายังลานดินเพื่อที่จะปัสสาวะ แต่ระหว่างนั้นหันซ้ายหันขวาไปมองต้นที่มะม่วง เห็นมีเชือกห้อยอยู่ และเหมือนมีคนอยู่ด้วยจึงรีบวิ่งไปบอกเจ้านายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดู ก็พบว่าเป็นคนผูกคอเสียชีวิตจริง

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตมอบให้ญาติ นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายศักดิ์พล กรุณัง หรือ หลุย อายุ 21 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ผู้ต้องหาฆ่าโหดหญิงวัย 67 ปี เพื่อชิงทรัพย์ในครั้งนี้ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในบ้านพักพื้นที่ ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี ขณะเตรียมหลบหนี โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ร่วมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งเข้าทำการก่อเหตุจริง และจากการตรวจค้นภายในบ้านของนายศักดิ์พล พบหลักฐานสร้อยคอทองคำขนาด 2 บาท ของผู้ตายซ่อนอยู่ใต้หมอน จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้ส่งพนักงานสอบสวน


คนร้ายบุกฆ่าโหด สาวใหญ่วัย 67 ปี คาบ้านพักกลางสวนผลไม้ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ตำรวจมุ่งปมชิงทรัพย์

วันนี้ 13 ส.ค.60 พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ชุมจันทร์ ร้อยเวร สภ.ท่าใหม่ ได้รับแจ้งมีเหตุฆาตกรรมภายในบ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 7 ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จึงประสานอาสาสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ร่วมตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ตั้งอยู่กลางสวนผลไม้ ส่วนที่ข้างบ้านพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ ข้างศพพบไม้กวาดเปื้อนเลือด 1 ด้าม และคราดเหล็กตกอยู่ 1 อัน ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลบริเวณหลังถูกตีเป็นแผลและบริเวณราวนมทั้ง 2 ข้างถูกแทงด้วยของมีคมรวม 4 แผล ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือนางองุ่น ศรีคงรักษ์ อายุ 67 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าตำรวจไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด แต่บุคคลที่ต้องสงสัยในการก่อเหตุครั้งนี้คาดว่าน่าจะคนงานรับเหมาก่อสร้างที่มาทำงานที่บ้านที่เกิดเหตุนี้ เพราะหลังจากเกิดเหตุได้หายตัวไป ส่วน น.ส.สุภาพร ศรีคงรักษ์ อายุ 32 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้านเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรีอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้สาเหตุที่สงสัยคนงานรับเหมาก่อสร้างว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ ก็เนื่องจากในวันนี้เจ้านายหรือหัวหน้างานของคนงานทั้ง 2 คนนี้ ได้สั่งให้หยุดงานเพื่อพักผ่อน แต่ในช่วงบ่ายวันนี้มีผู้พบเห็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นเก่า มาจอดทางเข้าสวน แล้วเดินเข้ามายังบ้านหลังที่เกิดเหตุ โดยอ้างว่าจะมาทำบ้านที่ยังทำไม่เสร็จ

เมื่อมาถึงน่าจะพบว่านางองุ่น ผู้ตาย ได้เลี้ยงหลานวัย 2 ขวบอยู่ภายในบ้าน จึงเข้ามาพูดคุย ตีสนิท เพื่อหวังชิงทรัพย์ เนื่องจากผู้ตายมีทรัพย์สินอยู่ เมื่อสบโอกาสจึงทำร้ายนางองุ่นจนเสียชีวิต และจับหลานวัย 2 ขวบขังไว้ในบ้าน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่นางสาวสุภาพร ลูกสาวผู้ตายเข้ามาเจอพอดี จึงถูกทำร้ายเพื่อหวังฆ่าปิดปาก และได้หลบหนีไป ส่วน น.ส.สุภาพร ลูกสาวผู้ตาย หลังคนร้ายหลบหนีไปแล้วได้พาลูกออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน นำตัวเองส่งโรงพยาบาล และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บร่องรอยและให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งที่โรงพยาบาลท่าใหม่ และจัดกำลังตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าใหม่ทำการสอบสวนลูกสาวผู้ตายอีกครั้ง เพื่อติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี แต่เบื้องต้นมีการติดต่อประสานไปยังนายจ้างของคนร้ายทั้ง 2 คนนี้แล้ว เพื่อขอข้อมูลในการติดตามตัวและออกหมายจับต่อไป