ข่าวภูมิภาค ทะเลาะวิวาท ราดน้ำร้อน เจ๊แหม่ม ชาไข่มุก

คืบหน้า! เจ๊แหม่ม ชาไข่มุก ถูกน้ำร้อนราด

Home / ข่าวทั่วไป / คืบหน้า! เจ๊แหม่ม ชาไข่มุก ถูกน้ำร้อนราด

‘เจ๊แหม่ม ชาไข่มุก’ เหยื่อแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสองแม่ลูกสุดโหด รุมทำร้ายราดน้ำร้อน ได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากกรณีที่แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสองแม่ลูกรุมทำร้าย และนำน้ำร้อนราด ‘เจ๊แหม่ม ชาไข่มุก’ ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีแผลพุพองทั่วร่างกาย หลังเกิดเหตุมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ขณะที่สองแม่ลูกร้ายก๋วยเตี๋ยวรุมทำร้ายและใช้น้ำร้อนราดร่างของ “เจ้แหม่มชานมไข่มุก” เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.60 ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 18 ส.ค.60 ที่บ้านเช่าหลังวัดแจ้งวรวิหาร ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นางรัตนา บุญทา อายุ 43 ปี หรือ เจ๊แหม่ม ชาไข่มุก เปิดเผยว่า หลังจากตนนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช นาน 1 เดือนครึ่ง และแพทย์ก็อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลมหาราช มาพักฟื้นที่บ้าน แผลพุพองบางส่วนแห้งสนิทเหลือเป็นรอยแผลเป็น อย่างไรก็ตามบริเวณต้นขา หน้าท้องแผลยังไม่หายต้องใช้ผ้าก็อซพันไว้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ส่วนอาการเจ็บปวดยังมีอยู่ โดยเฉพาะกลางคืนตนเจ็บปวดจนนอนไม่หลับต้องกินยานอนหลับทุกคืน และต้องไปพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง ตนยังไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพขายชาไข่มุกหารายได้ หลังจากนี้ทางแพทย์โรงพยาบาลมหาราช อาจจะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อให้แผลหายเป็นปกติ ครอบครัวตนได้รับความลำบากมาก เงินที่เก็บออมไว้นำมาใช้จ่ายรักษาตัวหมดแล้ว ต้องไปหยิบยืมเงินเพื่อนบ้านมาใช้จ่ายในครอบครัว

หลังเกิดเหตุสองแม่ลูกคู่กรณีไม่เคยสนใจเหลียวแลให้การช่วยเหลือตนแม้แต่น้อย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตนและสองแม่ลูกคู่กรณีไปพบเพื่อเจรจาชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้น ตนเรียกค่าเสียหายไป 5 แสนบาท แต่สองแม่ลูกจะจ่ายแค่ 50,000 บาทเท่านั้น ตนจึงขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการคดีไปตามกระบวนการและขั้นตอนกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับสองแม่ลุกคู่กรณีในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส” ซึ่งพนักงานสอบสวนจะรวบรวมสำนวนส่งอัยการในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ตนไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายมากเกินไป สองแม่ลูกน่าจะเอ็นดูสงสารตนบ้าง ทั้งสองรุมทำร้ายตนเหมือนตนไม่ใช่มนุษย์ หลังรุมทุบตี จิกผม จนตนล้มลุกคลุกคลาน สองแม่ลูกยังกระทืบซ้ำและใช้น้ำร้อนราดทั่วร่างกายตน จนเป็นพุพองทั่วร่างกายบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนรักษาตัว 1 เดือนครึ่ง แม้แพทย์จะให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วแต่คงอีกรักษาต่อเนื่องอีกหลายเดือนจึงจะหายเป็นปกติ และสามารถเริ่มทำงานได้

โดยสองแม่ลูกบอกว่าหากตนเรียกค่าเสียหายมากถึง 5 แสน เขาเอาเงินจำนวนดังกล่าวไปจ้างทนายสู้คดีจะดีกว่า เท่ากับว่าสองแม่ลูกไม่ได้มีสำนึกในการกระทำเลย เขาคิดว่าเขาจะสู้คดีจนพ้นผิดได้หรือ พยานหลักฐานโดยเฉพาะคลิปที่เหตุการณ์ที่ทั้งสองกระทำกับตนชัดเจนมาก หากเขาทั้งสองสำนึกในความผิดจริงที่ทำกับตน ตนก็พร้อมที่จะเรียกค่าเสียน้อยกว่า 5 แสนก็ได้