ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ข่าวสดวันนี้ น้ำเบียด

ปรากฎการณ์น้ำเบียด ที่หัวหิน ชาวบ้านแห่จับปลาแน่นหาด

Home / ข่าวทั่วไป / ปรากฎการณ์น้ำเบียด ที่หัวหิน ชาวบ้านแห่จับปลาแน่นหาด

ชาวบ้านที่หัวหิน แห่จับปลาที่หาดหัวหิน หลังเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า น้ำเบียด จนสัตว์ทะเลปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการน็อคน้ำ

วานนี้ (17 ก.ย. 60 ) ผู้สื่อข่าว MThai ได้รายงานว่า ที่ชายหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บริเวณสวนหลวงราชินี ถึงสะพานปลา ได้มีประชาชนจำนวนมากนำอุปกรณ์มาจับปลากันแน่นหาด หลังจากที่บริเวณดังกล่าว
เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เรียกว่า น้ำเบียด ที่น้ำจืดไหลลงทะเลอย่างทะเลอย่างรวดเร็ว จนทำให้สัตว์น้ำไม่สามารถปรับตัวได้ จนเกิดอาการน็อคน้ำและพากันว่ายเข้าหาฝั่งดังกล่าว

โดยนายสุรชัย บุญทวี อายุ 45 ปี ชาวตำบลหินเหล็กไฟ กล่าวว่า ทราบข่าวจากเพื่อนๆ ว่า ทะเลหัวหิน เกิดปรากฏการณ์ น้ำเบียด จึงพาครอบครัวและญาติ นำแหออกมาจับปลาตั้งแต่ช่วงสาย ซึ่งได้ปลาจำนวนมาก ก็จะแจกจ่ายแบ่งกันไปทำกับข้าวในหมู่เครือญาติ หากเหลือก็จะนำไปทำปลาเค็มเก็บไว้กิน

นายชัยวัฒน์ รอดพันธ์ อายุ 45 ปี ชาวตำบลหัวหิน กล่าวว่า ชาวทะเลต่างทราบดีว่า ในทุกปีจะเกิดปรากฏการณ์น้ำเบียด ไม่มากก็น้อย สำหรับปีนี้มีน้ำจืดไหลลงทะเลอย่างรวดเร็วในปริมาณมาก ทำให้สัตว์ทะเลไม่สามารถปรับตัวได้ลอยเข้าชายฝั่งจำนวนมาก

คนที่ทราบข่าว หรือเฝ้ารอปรากฏนี้อยู่ก็จะนำเครื่องมือออกมาจับปลากัน สำหรับตนก็ชักชวนเพื่อนๆ และญาติมาช่วยกันจับปลาได้กว่าร้อยกิโลกรัม ก็จะคัดแยกกันไปตามชนิดและขนาด สำหรับปลาตัวใหญ่ก็จะนำไปแบ่งกัน ทำกับข้าว หรือขายกันในหมู่บ้านในราคากันเอง ส่วนปลาตัวเล็กๆ ก็จะนำไปทำปลาเค็ม บางคนก็มาขอไปทำปลาร้า ซึ่งตนก็แจกจ่ายแบ่งปันให้ชาวบ้านที่มาขอกันไปคนละเล็กคนน้อยแบบฟรี ถือเป็นโชคดีที่ได้กินอาหารทะเล ซึ่งทราบกันดีว่ามาราคาแพง

ด้านนายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจากเครือข่ายกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)ในพื้นที่อำเภอหัวหิน และได้ส่งภาพถ่ายกลับมาให้ตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นให้ทางนักวิชาการของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) ยืนยันว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ อย่างหนึ่งของทะเลบริเวณปากแม่น้ำ ยิ่งมีความขุ่นของตะกอนดินมากก็ยิ่งสังเกตเห็นขอบเขตได้อย่างชัดเจน

ซึ่งบางครั้งอาจพบลักษณะขอบเขตนี้เป็นสองชั้นได้ คือน้ำทะเลปะทะน้ำกร่อยและน้ำกร่อยปะทะน้ำเค็ม แต่ด้วยความขุ่นของตะกอนดินอาจทำให้ไม่สามารถแยกเขตระหว่างน้ำจืดและน้ำกร่อย การผสมกันระว่างชั้นน้ำบริเวณปากแม่น้ำในช่วงน้ำหลากมากนั้นเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป การแบ่งขั้นของน้ำจึงคงอยู่เป็นระยะเวลายาวนาน มวลน้ำชั้นล่างซึ่งไม่ได้รับแสงแดดแพลงก์ตอนพืชไม่สามารถสังเคราะห์แสงและเติมออซิเจนให้กับน้ำได้

เมื่อถูกใช้ในกระบวนการหายใจของสัตว์น้ำได้มากขึ้น ออกซิเจนในน้ำจะยิ่งลดลงจนเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำหน้าดิน โดยเฉพาะที่อาศัยใกล้ชายฝั่งได้ นอกจากนี้น้ำเบียดที่เป็นทั้งน้ำเสียจากแม่น้ำเองและที่เกิดจากน้ำเปลี่ยนสี สามารถผลักดันหรือกวาดต้อนฝูงสัตว์น้ำให้หนีไปรวมกันตามแนวเขตได้ หรืออาจทำให้สัตว์น้ำที่หนีไม่ทันตายได้

ดังนั้นลักษณะของ”น้ำเบียด-น้ำกัน” เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในระยะสั้นไม่เกิน 2-3 วัน ก็จะเข้าสู่สภาวะปกติและขึ้นอยู่กับคลื่นลมบริเวณดังกล่าวด้วย