เครือข่ายปฏิรูปสลาก ร้องนายกฯ เร่งแก้สลากแพงเกลื่อนเมือง

Home / ข่าวทั่วไป / เครือข่ายปฏิรูปสลาก ร้องนายกฯ เร่งแก้สลากแพงเกลื่อนเมือง

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากฯ และเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เร่งแก้ไขปัญหาสลากแพง

วันนี้ (14พ.ย.60) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายราเมศร ศรีทับทิม ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากฯ พร้อมด้วย นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน นำกลุ่มนักเรียน นักศึกษาจากหลายสถาบัน กว่า30คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลออกมาตรการที่เด็ดขาดในการแก้ปัญหาสลากแพง ภายหลังผลสำรวจ พบว่า มีผู้ค้าขายสลากเกินราคาที่กฎหมายกำหนดจำนวนมาก

โดยนายราเมศร ศรีทับทิม ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากฯ กล่าวว่า จากกรณีการจับกุมกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าที่จำหน่ายสลากฯเกินราคา กว่า 60 ราย บางรายยอมรับว่า รับสลากมาในราคาสูงกว่า80บาทจริง ซึ่งรับมาเป็นเล่มในราคาเฉลี่ยใบละ 82-85 บาท แล้วแต่จังหวะงวดนั้นๆจึงจำเป็นต้องขายใบละ90-100 บาท

นอกจากนี้ เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก ยังได้ลงพื้นที่สำรวจการขายสลากในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ระหว่างวันที่4–12พ.ย.ใน 28 พื้นที่ ได้แก่ สี่แยกคอกวัว ตลาดมีนบุรี ตลาดบางใหญ่ ตลาดรังสิต ตลาดนัดสวนจตุจักร ปากเกร็ด นนทบุรี บางกะปิ บางนา ปิ่นเกล้า เป็นต้น พบ ผู้ขายสลากทั้งหมด328ราย มีทั้งเร่ขายและแผงประจำ โดยพบว่ามีการขายเกินราคาจำนวน 295 ราย คิดเป็น 89.9%จากจำนวนทั้งหมด และยังพบสลากใบเดี่ยวราคาแพงสุดอยู่ที่ใบละ130บาท ส่วนการรวมชุดแพงสุด คือ ชุด15 ใบ ราคา 2,500บาท เฉลี่ยราคาใบละ167บาท สลากที่ขายเกินราคาส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบการรวมชุด เกือบทุกร้านมีป้ายราคาขาย80บาท แต่ขายจริงกลับขายเกินราคาทั้งเร่ขายและแผงประจำ

ทางด้านนายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เปิดเผยว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปพิจารณา ดังนี้ 1. เครือข่ายฯ ขอให้กำลังใจรัฐบาลในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน และยังไม่มีรัฐบาลใดแก้ไขได้ทั้งที่เป็นสินค้าของรัฐบาล

ที่สำคัญปัญหานี้สะท้อนเรื่องการยอมรับค่านิยมการโกง หากปล่อยไว้จะเป็นเชื้อร้ายฝังรากลึกในสังคม ทำให้เด็กและเยาวชนยอมรับการโกงว่าเป็นเรื่องปกติซึ่งอันตรายยิ่ง 2. ขอให้พิจารณามาตรการขั้นสูงสุด แก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล ปิดทางพ่อค้าคนกลางและระบบที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนบางกลุ่มที่เป็นเสือนอนกิน เครือข่ายฯ เชื่อว่าผู้ค้ารายย่อยเป็นเพียงปลายทางของระบบที่ฉ้อฉล เป็นแพะรับบาป ท่ามกลางการกอบโกยของคนบางกลุ่มที่ทรงอิทธิพล 3. ขอเรียกร้องให้ใช้กลไกของภาครัฐในการรณรงค์ให้ประชาชนรักษาสิทธิของผู้บริโภค ไม่สนับสนุนสลากเกินราคาทุกรูปแบบ เพราะเท่ากับการสนับสนุนการโกง ยอมรับการทุจริตคอรัปชั่น

และ 4. เครือข่ายฯ ขอให้มีการกำหนดบทลงโทษกับกลุ่มคนกลาง พ่อค้าคนกลาง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้สลากแพงทั้งระบบ รวมถึงการกำหนดมาตรการอื่นๆในการแก้ปัญหาราคาสลากแพง ไว้ให้ชัดเจนในพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง

อย่างไรก็ตามนางโกศล ศรีอาจ หนึ่งในเครือข่ายฯปฏิรูปสลาก กล่าวย้ำอีกว่า ตนเองได้ลงพื้นที่สอบถามจุดต่างๆของผู้ขายรายย่อยพบว่ารับซื้อมาได้ในราคา 70 บาท จากคนกลางแต่ต้องซื้อเลขชุดในราคาชุดละ100บาท คนมาขายจึงต้อง ขาย110-120 ผู้ขายรายย่อยจึงเปลียบเหมือนแพะรับบาป