ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น ประหารชีวิต “ปุ้ม ลานนม” ฆาตกรฆ่ายกครัว

Home / ข่าวทั่วไป / ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น ประหารชีวิต “ปุ้ม ลานนม” ฆาตกรฆ่ายกครัว

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นประหารชีวิต “ปุ้ม ลานนม” ผู้ต้องหาคดีดังฆ่ายกครัวเมืองคอน – แต่ลดในส่วนของค่าเสียหาย ทางแพ่งจาก 5.9 ล้านเหลือ 3.1 ล้านบาท

วันที่ 20 พ.ย.60 ที่บัลลังก์ 2 ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีศาลอุทธรณ์ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.60 ให้ประหารชีวิตนายศิริชัย หรือ ปุ้ม บุรินทร์โกษฐ์ อายุ 30 ปี จำเลย ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง 5.9 ล้านบาท

ซึ่งทางทนายความของนายศิริชัย หรือ ปุ้ม บุรินทร์โกษฐ์ ได้ยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันนี้ (20 พ.ย.) โดยมีนายธนาชัย เกตุโรจน์ กรรมการสภาทนายความภาค 8 และประธานชมรมทนายความเพื่อประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะโจทก์ร่วม พร้อมด้วยนางวรรณา โสภิณ แม่ยายของนายสุเทพ ผู้ตาย พร้อมด้วยหลาน ๆ เดินทางมาร่วมรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ซึ่งทางศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาว่านายนายศิริชัย หรือ ปุ้ม บุรินทร์โกษฐ์ อายุ 30 ปี จำเลย ได้กระทำความผิดจริงตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วจึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตจำเลย แต่ในส่วนของการชดใช้ค่าเสียหาย จากที่ศาลขั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้จำนวน 5.9 ล้านบาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายลดลงเหลือ 3,162,397 บาท

ซึ่งในระหว่างการฟังพิพากษานายศิริชัย หรือ ปุ้ม จำเลย มีอาหารเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตนายศิริชัย หรือ ปุ้ม ถึงกับหน้าสอดสีและเซ็นรับทราบคำพิพากษา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวกลับไปยังห้องควบคุมใต้ถุนศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรอส่งตัวเข้าเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชต่อไป

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 1 พ.ค.59 จำเลยกับพวกร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 9 มม.ยิงนายสุเทพ หรือ ปู รอดสุก อายุ 29 ปี และ ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ รอดสุก อายุ 2 ขวบ ลูกชายของนายสุเทพ เสียชีวิตคาที่ริมถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และยังทำให้นางวาสนา หรือทราย โสภิณ อายุ 26 ปี และด.ญ.วิภัชชา รอดสุก อายุ 8 ปี ซึ่งเป็นภรรยาและลูกสาวของนายสุเทพ ได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วจำเลยและพวกได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน ผก – 9804 นครศรีธรรมราช หลบหนี จนกระทั่งมีผู้มาพบศพพ่อลูก 2 ศพ พร้อมคนเจ็บ 2 คน ริมถนนเลียบทางรถไฟ เมื่อเช้าตรู่วันที่ 2 พ.ค.60

ต่อมาพนักงานตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้จับกุมตัวนายศิริชัย หรือ ปุ๋ม บุรินทร์โกษฐ์ จำเลยในคดี ได้พร้อมกับยึดรถยนต์กระบะของกลางที่ใช้ก่อเหตุ แต่มีการนำไปเปลี่ยนแปลงสภาพด้วยการติดสติ๊กเกอร์ข้างรถใหม่ และยังเปลี่ยนยางใหม่ทั้ง 4 เส้น โดยจำเลยยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลชั้นต้น ได้พิพากษาประการชีวิต และให้ชดใช้ค่าเสียหาย 5.9 ล้านบาท โดยจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตแต่ลดการชดใช้ทางแพ่งเหลือเพียง 3.1 ล้านบาทเศษ

ด้านนางวรรณา โสพิณ อายุ 58 ปี แม่ยายของนายสุเทพ รอดสุก และยาย ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ รอดสุก กล่าวภายหลังรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตนายศิริชัย หรือ ปุ๋ม จำเลย แต่ลดการชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งเหลือเพียง 3.1 ล้านบาทเศษว่าตนและญาติ ๆพอใจกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แม้จะลดการชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งเหลือ 3.1 ล้านบาทก็ตาม แต่ในส่วนของคดีอาญาทางศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ด้านนายธนาชัย เกตุโรจน์ ทนายโจทก์ร่วม เปิดเผยว่า คดีนี้ตนจะยื่นฎีกาแย้งในส่วนของค่าเสียหายต่อไป ส่วนการยื่นฎีกาต่อสู้คดีของจำเลยในชั้นศาลฎีกานั้น จากพยานหลักฐานตนมั่นใจว่าในส่วนของคดีอาญาศาลฎีกาคงจะพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์อย่างแน่นอน แต่คำพิพากษาจะออกมาอย่างไร เป็นดุลยพินิจของศาลฎีกา และที่มองว่าจำเลยจะพลิกคำให้การจากปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา มาให้การรับสารภาพชั้นศาลฎีกาเพื่อให้ศาลลดโทษจากประหารชีวิตเหลือจำคุกตลอดชีวิตนั้น สามารถทำได้ แต่ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงหรือมีผลต่อการพิพากษา เพราะถือเป็นเป็นการรับสารภาพเพราะจำนนด้วยหลักฐาน ไม่ได้รับสารภาพ เพราะสำนึกในการกระทำผิด ที่สำคัญหากรับสารภาพจะมีผลให้การดำเนินคดีสาวโยงไปถึงผู้ร่วมก่อเหตุและผู้บงการได้ ดังนั้นตัวจำเลยต้องคิดเอาเองว่าจะยอมรับกรรมเพียงคนเดียวถูกประหารชีวิต หรือปล่อยให้ผู้ร่วมก่อเหตุ และผู้บงการลอยนวล