ศรีสุวรรณ จรรยา โรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

ศรีสุวรรณยื่นร้อง กสม. เอาผิดรัฐ ละเมิดสิทธิฯ ม็อบเทพา

Home / ข่าวทั่วไป / ศรีสุวรรณยื่นร้อง กสม. เอาผิดรัฐ ละเมิดสิทธิฯ ม็อบเทพา

‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นร้อง กสม. เอาผิดรัฐ ละเมิดสิทธิฯ ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

วันนี้ (30 พ.ย.) เวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมชาวบ้านกว่า 10 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กรณีรัฐบาลกระทำการละเมิดชาวบ้านกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตนพร้อมชาวบ้านมายื่นร้องเอาผิดรัฐฯ กรณีมีการจับกุม กักขังชาวบ้านดังกล่าวเพื่อดำเนินการสอบสวน ตำรวจได้ใช้โซ่ตรวนขนาดใหญ่ล่ามข้อมือชาวบ้านผู้ต้องหาจากโรงพักขึ้นรถพาไปศาลนั้น การกระทำดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านดังกล่าวมิได้มีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด

โดยก่อนหน้านี้ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการใช้กองกำลังสลายการเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาโดยสุจริต เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้ชาวบ้านหลายคนได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการจับกุมชาวบ้านและเด็กไปจำนวน 16 คนแล้วนั้น

ทั้งนี้ การจับกุม กักขังชาวบ้านดังกล่าว เพื่อดำเนินการสอบสวน และนำตัวไปยังศาลจังหวัดเพื่อฝากขัง ตำรวจได้ใช้โซ่ตรวนขนาดใหญ่ล่ามข้อมือชาวบ้านผู้ต้องหาจากโรงพักขึ้นรถพาไปศาลนั้น การกระทำดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ดังนี้

1.การใช้กองกำลังทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายความมั่นคงจำนวนมาก ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยที่ชาวบ้านหรือประชาชนเดินทางมาด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ โดยไม่มีลักษณะใดที่ขัดต่อกฎหมาย

2.การล่ามโซ่ผู้ถูกกล่าวหาที่ยังไม่ได้เป็นนักโทษแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านดังกล่าวมิได้มีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใดนั้น เป็นการละเมิดต่อสิทธิหรือเสรีภาพในชีวิตหรือร่างกายและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อันมีลักษณะเป็นการทรมาน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 และอาจเป็นการทำให้เสียหายต่อร่างกาย

อีกทั้งการล่ามโซ่ดังกล่าวขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ซึ่งมีผลใช้บังคับในประเทศไทย และศาลปกครองเคยนำมาใช้ประกอบการพิจารณาถึงความไม่เหมาะสมของการใช้เครื่องพันธนาการดังกล่าวแล้ว รวมทั้งการให้สัมภาษณ์ในลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามชาวบ้านของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย

3.รายการเดินหน้าประเทศไทย มีการใช้คำพูดในลักษณะดูหมิ่นเหยียดเพศ-หยามชาวบ้านเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือ ทั้งที่ไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ถือเป็นกมรละเมิดสิทธิมนุษยชน

4.การที่นายกรัฐมนตรีได้ออกข้อกําหนด โดยอาศัยพรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 โดยห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถานในเวลาที่กําหนด ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะในเขตพื้นที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และอ.จะนะ อ.นาทวี อ.เทพา และอ.สะบ้าย้อย จ.สงขลาเป็นเวลา 1 ปีนั้น เป็นการใช้อำนาจที่เกินกว่าเหตุ ละเมิดสิทธิมนุษยชนและขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา