ข่าวภูมิภาค นครศรีธรรมราช น้ำป่า ฝนตก

นาทีชีวิต! ชาวบ้าน อ.สิชล โรยตัวด้วยเชือกข้ามคลองกระแสน้ำเชี่ยวกราก

Home / ข่าวทั่วไป / นาทีชีวิต! ชาวบ้าน อ.สิชล โรยตัวด้วยเชือกข้ามคลองกระแสน้ำเชี่ยวกราก

เผยคลิปหนีตายสุดระทึก..!! วินาทีลุ้นสุดใจ ชาวบ้านเทพราช อ.สิชล โรยตัวด้วยเชือกหนีข้ามคลอง หลังน้ำป่าทะลักอย่างแรง ตัดขาดโลกภายนอก!

วันที่ 1 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ลมพัดกรรโชก ดินสไลด์ครอบคลุมพื้นที่ 19 อำเภอจาก 23 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพื้นที่ ต.เทพราช ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ที่กระแสน้ำจากเทือกเขานัน ไหลทะลักลงสู้เบื้องล่างตัดขาดถนนหลายสาย

อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยที่หมู่ที่ 4 และ หมู่ 15 ต.เทพราช อ.สิชล ถนนถูกตัดขาด ขณะที่น้ำป่ายังไหลทะลักจากภูเขาลงสู่แม่น้ำลำคลองอย่างรุนแรง ทำให้ชาวบ้านติดอยู่ในหมู่บ้านไม่สามารถออกมาได้ ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 และหมู่ที่ 4 ต.เทพราช ต้องระดมกำลังหาทางอพยพนำชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

โดยใช้เชือกป่านขึงกับต้นไม้ใหญ่ฝั่งถนนไปอีกฝั่งหนึ่งที่ถูกกระแสน้ำตัดขาดระยะทางเกือบ 40 เมตร ก่อนจะใช้ล้อยางรถ จยย.ทำเป็นบ่วงผูกติดกับเชือก โดยมีสายเชือกอีกเส้นหนึ่งผูกติดกับห่วงยาสงล้อรถ จยย.เพื่อให้สามารถดึงไปมาได้ จากนั้นได้ให้ชาวบ้านที่ติดอยู่อีกฝั่งขึ้นนั่งในล้อยางรถ จยย.ก่อนจะช่วยดึงยางล้อรถ จยย.ข้ามสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากมาอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งสามารถช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ออกมาได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งใช้ชื่อว่า “บาวฉี เทพราช 102” ซึ่งร่วมอยู่ในเหตุการณ์การช่วยเหลือลำเลี่ยงผู้คนด้วยวิธีการโรยตัวด้วยเชือกข้ามลำคลอง พร้อมถ่ายคลิปไลฟ์สด กล่าวว่า ฝนตกหนักมากทำให้น้ำป่าไหลทะลักลงมารุนแรงมาก ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จึงคิดวิธีช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่อีกฝั่งหนึ่งออกมาจากพื้นที่เสี่ยงภัย โดยใช้วีการโรยตัวด้วยเชือก เพราะวินาทีนั้นจะรอช้า เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เดินทางมาช่วยเหลือไม่ได้ ชาวบ้านด้วยกันเองจะต้องช่วยเหลือกันเองก่อน แม้ว่าการช่วยเหลือจะใช้วิธีโบราณ และเป็นไปอย่างทุลักทุเล หวาดเสียว แต่ก็สามารถช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ออกมาได้ปลอดภัยหมดทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังคลิปเหตุการณ์วินาทีช่วยผู้ประสบภัย ถูกนำมาโพสต์เผยแพร่ทางโลกโซเชียลมีผู้เข้าไปติดตามชม แชร์ และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะชื่นชมยกย่องผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ รวมทั้งชาวบ้านที่ร่วมด้วยช่วยกันในยามวิกฤติโดยไม่นั่งงอมืองอเท้าเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากทางราชกหารอย่างเดียว และวิธีการดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน