DSI ตั้งเป้าหมายให้จังหวัดนนทบุรี นำร่องแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

Home / ข่าวทั่วไป / DSI ตั้งเป้าหมายให้จังหวัดนนทบุรี นำร่องแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งเป้าหมายให้นนทบุรี เป็นจังหวัดนำร่องในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในเชิงการป้องกัน

วันที่ 7 ธ.ค.60 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นประธานเปิดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพประชาชนด้านกฎหมายและการเข้าถึง
ความเป็นธรรม (ครั้งที่ 2)

หัวข้อ “นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ The Choice เกมทางเลือก – ทางรอด สู่ชุมชนต้นแบบเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน” โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย ผู้แทนจากสถาบันการเงิน สมาคมทนายความ สถาบันการศึกษา หน่วยงานท้องถิ่น และตัวแทนจากชุมชนต่าง ๆ จำนวนมาก

โดย พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีมีมติในคราวประชุมเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559 เห็นชอบการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ด้วยมาตรการ ดังนี้

1.ดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย

2.การเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้กับลูกหนี้นอกระบบและประชาชนทั่วไป โดยกระทรวงการคลังได้ออกสินเชื่อรายย่อยจังหวัด “พิโคไฟแนนซ์” วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท

3.การลดภาระหนี้นอกระบบโดยการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้

4.การเพิ่มศักยภาพของลูกหนี้นอกระบบ โครงการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมให้ความรู้ทางการเงิน ให้ความรู้ด้านการประกอบอาชีพ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอไม่ต้องเป็นหนี้ซ้ำ

5.การร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ซึ่งที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสำคัญกับ “การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ”เพราะเกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงยุติธรรม โดยปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ที่เกิดจากหลายสาเหตุที่มีความเชื่อมโยงกันจนเป็นความเหลื่อมล้ำของผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูงกว่าในสังคม คือ “เจ้าหนี้” และผู้มีฐานะด้อยกว่าคือ “ลูกหนี้” ซึ่งอยู่ในภาวะจำยอมทำสัญญาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ กระทรวงยุติธรรมจึงดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเป็นขั้นตอน ด้วยมาตรการดังต่อไปนี้

1. ด้านกฎหมาย ได้แก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 ให้มีบทลงโทษสำหรับผู้ปล่อยเงินกู้โดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 15 ต่อปี) ให้มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท

2. ด้านการบังคับใช้กฎหมาย หากเป็นกรณีเจ้าหนี้ผู้มีอิทธิพล รายใหญ่ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าไปสืบสวนสอบสวน และประสานกับกรมสรรพากรเมื่อดำเนินมาตรการทางภาษี

3. ด้านการช่วยเหลืออำนวยความยุติธรรม เพราะลูกหนี้จะถูกเอาเปรียบในเรื่องดอกเบี้ย การทำสัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ จัดให้คำปรึกษาแนะนำทางด้านกฎหมาย รับเรื่องร้องเรียนทั้งจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีด้วยมาตรการทางอาญา ประกอบการให้ความช่วยทางแพ่ง การพิจารณาช่วยเหลือด้านทนายความตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนยุติธรรม

โดยกระบวนการ The Choice เป็นการให้ความรู้ข้อกฎหมายผ่านเกมที่สอดแทรกหลักการดำเนินชีวิต การออม การเลือกใช้จ่ายเงิน การลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงแนวทางการแก้ไขเมื่อมีปัญหาหนี้สินเกิดขึ้น โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งเป้าหมายให้จังหวัดนนทบุรี เป็นจังหวัดนำร่องในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในเชิงการป้องกัน

โดยคาดหวังให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และเครือข่าย สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่คนในชุมชน ที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมจากปัญหาหนี้นอกระบบ ในลักษณะวิทยากรตัวคูณ เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้อย่างยั่งยืน โดยมีทีมงานที่จะคอยติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง