ข่าวINN บุหรี่ไฟฟ้า ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง เน็ตไอดอล

ตำรวจปัดทำเกินกว่าเหตุ จับเน็ตไอดอล ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง มีบุหรี่ไฟฟ้าคาด่านพัทยา

Home / ข่าวทั่วไป / ตำรวจปัดทำเกินกว่าเหตุ จับเน็ตไอดอล ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง มีบุหรี่ไฟฟ้าคาด่านพัทยา

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปัดทำเกินกว่าเหตุจับเน็ตไอดอล “ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง” มีบุหรี่ไฟฟ้าคาด่านพัทยา ย้ำทำตามขั้นตอน ไม่ได้ยึดรถตามที่เป็นข่าว

วานนี้ (10 ธ.ค.60) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง กรณี เน็ตไอดอลสาว ที่รู้จักกันในชื่อ ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง ผู้เคยเป็นข่าวไลฟ์สดรีวิวสินค้าชนิดหนึ่งในชุดวาบหวิว โพสต์ข้อความลงในโซเชียลมีเดียกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา ว่าเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2560 เวลาประมาณ 05.30 น. เจ้าพนักงานตำรวจ สภ.เมืองพัทยาได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัด บริเวณถนนพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้มี น.ส.มนุษยา อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา นั่งโดยสารมาข้างผู้ขับขี่ในรถยนต์เก๋งท่าทางมีพิรุธต้องสงสัยว่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่เรียกให้หยุดรถเพื่อขอทำการตรวจค้น

โดยก่อนการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว ผลการตรวจค้นพบ บุหรี่ไฟฟ้า สีชมพู จำนวน 1 อัน และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ Sweet Lovin จำนวน 1 ขวด ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของตรงกลางระหว่างที่นั่งผู้ขับขี่ และที่นั่งด้านซ้ายข้างผู้ขับของรถยนต์เก๋งคันที่ผู้ต้องหานั่งมา ตามวันเวลาเกิดเหตุ

สอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า บุหรี่ไฟฟ้า และนำยาที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ เป็นของตนจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบ แล้วจับกุมตัวพร้อมนำพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาโพสต์ข้อความกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ เป็นเหตุให้ตนได้รับบาดเจ็บนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระทำการตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้ทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา และไม่ได้มีการยึดรถตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ทาง สภ.เมืองพัทยา อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์ข้อความกล่าวหาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสียหายในเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมระบุ เรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมตัวผู้ต้องหาในลักษณะแบบนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำการปฏิบัติมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำที่จะไปกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องหา โดยให้กระทำตามอำนาจหน้าที่ตามกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น