++++++++++ ข่าวINN ฆ่าตัวตาย ตำรวจ โรคซึมเศร้า

พิษรักรุมเร้า ตร.หย่าเมียป่วย ‘โรคซึมเศร้า’ ส่งไลน์สั่งเสียก่อนปลิดชีพ

Home / ข่าวทั่วไป / พิษรักรุมเร้า ตร.หย่าเมียป่วย ‘โรคซึมเศร้า’ ส่งไลน์สั่งเสียก่อนปลิดชีพ

คืบตำรวจแปดริ้วยิงตัวตาย พบ เคยร่าเริงทนพิษร้ายของความซึมเศร้าไม่ไหว ส่งไลน์สั่งเสียอำลาเพื่อนร่วมงาน ก่อนปลิดชีพตัวเอง

ความคืบหน้ากรณีตำรวจแปดริ้วเกิดความเครียดหลังหย่าร้างกับภรรยา ทั้งยังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ใช้ปืนยิงศีรษะตัวเองดับคาบ้านพักใน อ.บางน้ำเปรี้ยว พ.ต.อ.สมนึก หาญตา ผกก. สภ.บางน้ำเปรี้ยว ซึ่งเดินทางมาดูแลยังในที่เกิดเหตุด้วยตนเอง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.สุพล ได้สั่งเสียคนรอบข้างเพื่อนร่วมงานเอาไว้หมดแล้ว เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าที่เป็นอยู่ ที่ผ่านมาก็เคยได้ยินผู้ตายบ่นถึงเรื่องปัญหาครอบครัวให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ส่วนปัญหาในเรื่องของการทำงานนั้นไม่มีแน่นอน

โดยเมื่อก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยทำหน้าที่เป็นจราจร จากนั้นตนได้ให้มาทำหน้าที่เป็นพลขับรถให้ แต่เมื่อเห็นสุขภาพทางด้านจิตใจไม่ค่อยดีจึงได้พยายามแนะนำให้ไปพบแพทย์ และให้มาทำหน้าที่เป็นเสมียนธุรการประจำวัน

ส่วนในเรื่องครอบครัวนั้น ผู้ตายมีครอบครัวแต่เป็นครอบครัวที่อย่าร้างกัน โดยมีบุตรชายด้วยกันกับภรรยา 1 คน ที่ทางฝ่ายภรรยานั้นพาไปอยู่ด้วย ซึ่งขณะนี้บุตรชายกำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นอุดมศึกษาปีที่หนึ่ง มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และต้องไปอยู่หอพัก แต่ในวันหยุดบางครั้งบุตรชายก็จะเข้ามานอนด้วยเป็นเพื่อนบ้าง ที่ผ่านมาเคยมาขออนุญาตไปทำการรักษาอาการโรคซึมเศร้ายังที่ รพ.แห่งหนึ่งใน อ.องครักษ์ จ.นครนายก (อำเภอติดกัน) และยังเคยบอกด้วยว่าหากทำการรักษาแล้วไม่หาย ก็จะทำร้ายตนเอง (ฆ่าตัวตาย) สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจทำจริง ๆ โดยผู้ตายนั้นไม่ได้มีเรื่องชู้สาว หรือมีภรรยาใหม่ ส่วนทางฝ่ายภรรยานั้นไม่ทราบว่ามีใครมาเกี่ยวข้องติดพันหรือไม่ แต่ยังไม่เคยได้ยินข่าวว่ามีสามีใหม่เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านทางโปรแกรมแชท (ไลน์) เข้าไปหา ด.ต.ดำเนิน สีลุน เพื่อนร่วมงานที่ปลูกสร้างบ้านรั้วติดกันในลักษณะสั่งเสียว่า “ช่วยเป็นธุระให้หน่อยนะพี่เนิน อยู่ไปก็ไม่มีความสุข ปัญหาสุขภาพรุมเร้า เบอร์โทรญาติพี่น้องอยู่บนโต๊ะ จัดการเรื่องเงินฌาปนกิจให้ด้วยนะพี่ ขอบคุณครับพี่” จากนั้น ด.ต.ดำเนิน สีลุน จึงได้โทรศัพท์แจ้งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนที่จะพากันเข้าไปตรวจสอบยังภายในบ้านพักจนพบว่า ด.ต.สุพล นั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงตนเองเสียชีวิตไปก่อนหน้าแล้ว อยู่บนที่นอนในภายในห้องนอน

เพื่อนตำรวจในโรงพักเดียวกันเผยว่า ปกติ ด.ต.สุพล นั้นเป็นตำรวจที่มีนิสัยล่าเริง พูดคุยสนุกสนานกับเพื่อนร่วมงาน แต่ภายหลังจากที่ได้เลิกราแยกทางกันอยู่กับทางฝ่ายภรรยา ที่เป็นพยาบาลอยู่ภายใน รพ.ประจำอำเภอเดียวกันนี้ไปแล้วเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้ ดต.สุพล เปลี่ยนแปลงไปเป็นละคน และตกอยู่ในอาการซึมเศร้า ไม่พูดไม่จาเก็บตัวนิ่งเงียบเฉย ไม่สนุกสนานร่าเริงเฮฮาเหมือนเดิมกับใครอีกเลย โดยใช้ชีวิตแบบคนไร้จุดหมาย และอยู่ไปวันๆ แบบคนไม่มีความสุข ที่เช้าขึ้นตื่นขึ้นมาก็เดินทางมาทำงาน และพอเลิกงานในตอนเย็นก็เดินทางกลับไปบ้านพัก และในบ้านก็ไม่มีใครอีก เพราะอาศัยอยู่แต่เพียงลำพัง ส่วนบุตรชายที่มีด้วยกันกับภรรยา ทางฝ่ายภรรยาก็พาไปอยู่ด้วย ในชีวิตเขาจึงไม่เหลือใครเลย จนกลายเป็นคนป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามาโดยตลอดถึงเกือบ 3 ปีเต็ม