นาธาน โฟนอินแก้ข่าวหนีไปนอร์เวย์ ส่งแมสเสจ I am die forever.

Home / ข่าวทั่วไป / นาธาน โฟนอินแก้ข่าวหนีไปนอร์เวย์ ส่งแมสเสจ I am die forever.

นาธาน โอมาน


เมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่ร้านแอม อิน บาร์ แอนด์ เรวเตอร์รองท์ เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา นายอนุชา ลังประเสริฐ ผู้จัดการส่วนตัวของนายนาธาน โอร์มาน ได้จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีที่มีข่าวออกมาว่านายเอกชัย ศรีวิชัย ได้พานายนาธานเดินทางเพื่อหลบหนีจากปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นไปที่ประเทศนอร์เวย์ โดยนายอนุชาได้ยืนยันว่านายเอกชัยเดินทางไปประเทศนอร์เวย์จริง แต่เป็นการเดินทางไปทำงาน ไม่ได้พานายนาธาหนีออกนอกประเทศแต่อย่างใด

“วันนี้ผมขอพูดในฐานะผู้จัดการส่วนตัวของคุณเอกชัย ศรีวิชัย และขอยืนยันว่าคุณเอกชัยเดินทางไปจริงแต่ ไม่ได้นาธานไปด้วยและตอนนี้นาธานยังอยู่ที่เมืองไทย ซื่งผมพยายามติดต่อนาธาน ให้มาพูดเคลียร์ตัวเองในเรื่องทั้งหมด”

ซึ่งนายอนุชายังได้ฝากไปถึงแฟนเพลงชาวใต้ของนายเอกชัยว่า นายเอกชัยไม่ได้ปลอมแปลงเอกสารพานายนาธานไปต่างประเทศ ซึ่งนายเอกชัยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดของนายนาธานด้วยซ้ำ

และเมื่ออธิบายเกี่ยวกับสถานะของนายเอกชัยเรียบร้อย ผู้สื่อข่าวจึงได้ขอให้นายอนุชา พูดถึงเรื่องนายนาธานโดยนายอนุชาได้กล่าวว่า หลังจากที่นายนาธานประสบปัญหาหลายอย่างที่เป็นข่าวอยู่ ตนได้คุยกับนายนาธานครั้งสุดท้าย เมื่อวันนที่ 13 พ.ย. แต่ในวันนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้

“วันนี้ยังพยายามโทรแต่ยังติดต่อไม่ได้ ก็กลัวว่าเขาจะคิดสั้น ตอนนี้ตนพยายามติดต่อเพื่อที่จะบอกเขาว่า อะไรที่เขาได้ทำไว้ก็ต้องยอมรับผลของการกระทำนั้น”

ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยืมเงิน, เรื่องการแสดงหนังกับฮอลลีวู้ด, เรื่องตรายาง นายนาธานได้เล่าให้นายอนุชาฟังบ้างหรือไม่

“เท่าที่ผมทราบเรื่องเงินของคุณจูลี่ (น.ส.จามจุรี แคชเชอร์ ดีเจคลื่น 95.5 เวอร์จิ้นท์? ฮิต) ได้มีการเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนทางพี่เต็ม (แม่บ้านของนาธาน) เท่าที่รู้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมานาน เขาได้ช่วยเหลือจุนเจือกันมานาน ในเรื่องเงินมีการพูดคุยกันไปแล้ว ในส่วนของคนที่ประสานงาน บอกว่าได้มีการใช้คืนไปจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ในเรื่องตรายางตนไม่ทราบจริง ๆ? สำหรับเรื่องหนัง ตนอยากเรียนว่าภาพชุดแรก (จากเทศกาลศิลปะ) เป็นภาพที่นาธานส่งให้ตน ซึ่งตรงนี้ตนขอยอมรับว่า เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด เนื่องจากตนเข้าใจผิดไปเอง ว่าเป็นภาพจากการถ่ายทำหนัง จึงได้ส่งต่อให้กับสื่อมวลชนบางแห่ง และในฐานะที่ตนถือใบสัญญาของนาธานที่เกี่ยวกับการแสดงหนังไว้ ผมจะขอรับผิดชอบเรื่องนี้เอง ผมจะเดินทางไปต่างประเทศติดต่อกับโปรดักชั่น และจะไปคุยว่าเรื่องราวเป็นยังไง”

นายอนุชา กล่าวว่า ตนอาจจะเดินทางไปประมาณเดือนธันวาคม หรือมกราคม ปีหน้า แต่ยังไม่ทราบว่าเดินทางไปประเทศใดแต่จะเป็นประเทศในแถบตะวันออกกลาง ส่วนเรื่องบริษัทโปรดักชั่น ตนขอยังไม่บอกว่าเป็นบริษัทใด เนื่องจากอยากให้เรื่องราวแน่ชัดเสียก่อน และในระหว่างแถลงข่าวนั้น นายนาธานได้โทรศัพท์เข้ามาเพื่อยืนยันว่ายังอยู่ในประเทศไทยพูดอธิบาย พร้อมทั้งยืนยันว่านายเอกชัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดเลย

“ตอนนี้ผมอยู่แถวชายทะเลบางขุนเทียน ผมยอมรับว่าไปสถานทูตนอร์เวย์จริง แต่ไปเป็นเพื่อนเพื่อน และไม่รู้เรื่องที่พี่เอกเดินทางไปนอร์เวย์ด้วยซ้ำ เช็คกับสนามบินได้เลย ผมอยากบอกว่าพี่เอกเป็นเหมือนพี่คนหนึ่งที่ผมเคารพเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย ก็ต้องขอโทษพี่เอกและผู้ที่เกี่ยวข้องกับพี่เอกด้วย”

ระหว่างที่พูดนั้น สังเกตได้ว่านายนาธานมีน้ำเสียงสั่นเครือ แต่เมื่อถูกถามถึงเรื่องเงินที่ยืมมาจากน้องอ้อม น.ส.เสาวนีย์ ฤทธิโชติ หรือเด็กดักแด้ นายนาธานกลับมีอาการอ้ำอึ้งยืนยันเพียงว่าตนไม่เคยยืมเงินจากน้องอ้อม และเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น ทั้งยังได้ปัดให้ไปถามรายละเอียดทั้งหมดกับน้องสาวของอ้อมเอง

นอกจากนี้ นายนาธานยังได้ฝากขอโทษ อ้น ศราวุฒิ มาตรทอง ดารานักแสดง และได้บอกว่าไม่ได้อ้างถึงเรื่องชาวมอร์แกนอย่างที่ยายของน้องอ้อมให้สัมภาษณ์ หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายนาธานอีกหลายเรื่อง เพื่อต้องการให้นายนาธานชี้แจงข้อเท็จจริง แต่แล้วนายนาธานก็พูดตัดพ้อทำนองว่าจิตใจย่ำแย่ ไม่สามารถพูดอะไรได้อีกแล้ว จากนั้นก็ตัดสายไป

สำหรับกรณีของน้องอ้อมนั้น ทางมติชน ได้พยายามติดต่อเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง จากเรื่องดังกล่าวกับแอ้มน้องสาวของอ้อม ตั้งแต่เช้าวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากทางนั้นตัดสายทิ้งทุกครั้ง

สำหรับเรื่องสัญชาติของนายนาธาน ที่อ้างว่าตนเองเป็นลูกครึ่งไทย-เนปาล นายอนุชาได้อ้างว่า ตั้งแต่รู้จักกับนายนาธานเมื่อประมาณปี 2546 นาธานเล่าให้ตนฟังว่า ตั้งแต่เขาโตขึ้นมา ก็ถูกพูดกรอกหูว่า พ่อเป็นคนเนปาล แม่เป็นคนไทยมาตลอด

“พี่เป็นคนพาเขาเข้ามาอาร์เอสเอง และดูแลเขามาตลอดจนช่วงที่เขาออกจากอาร์เอสไป ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย มาเจอกันอีกที เมื่อปลายปี 2551”

ทั้งนี้ นายอนุชาได้ยืนยันว่าตนไม่ได้ปกป้องนายนาธาน แต่กำลังพยายามสอนเขาให้ปรับปรุงตัวและผ่านวิกฤตตรงนี้ไปให้ได้ และในส่วนของนายเอกชัย ถึงแม้ว่าจะปกป้องนายนาธานมาตลอด แต่นายเอกชัยก็พูดถึงเรื่องความถูกต้องอยู่เสมอ และเรื่องทั้งหมดก็ว่าตามถูกผิด

หลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายนาธานได้ส่งข้อความมาที่โทรศัพท์มือถือของนายอนุชา มีข้อความว่า “I am die forever.” (ฉันตายตลอดไป)

ผู้สื่อข่าวได้รายงานเพิ่มเติมว่า ในวันจันทร์ที่ 16 พ.ย. นี้ นายอนุชาจะมีการแถลงข่าวโดยจะนำนายนาธานมาชี้แจงถึงเรื่องทั้งหมด พร้อมทั้งหากเป็นไปได้จะนำน้องสาวของน้องอ้อมมาร่วมชี้แจงด้วย