ข่าวINN พิมาย สำนักศิลปากร เขตโบราณสถาน

ยังเดือด! ปมโบราณสถานพิมาย ชาวบ้านล่ารายชื่อยื่นค้านกับศาลปกครอง 10 มี.ค.นี้

Home / ข่าวทั่วไป / ยังเดือด! ปมโบราณสถานพิมาย ชาวบ้านล่ารายชื่อยื่นค้านกับศาลปกครอง 10 มี.ค.นี้
เวทีเดือด! ปมเมืองพิมายโบราณสถาน ชาวบ้านจี้ให้ประกาศเฉพาะพื้นที่ตั้งปราสาทฯ ล่ารายชื่อยื่นค้านกับศาลปกครอง 10 มี.ค.นี้

วันนี้(2 มี.ค.) ที่ห้องประชุมหินทราย ข้างสถานีดับเพลิงเทศบาลตำบลพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้มีการจัดเวทีเสวนาคัดค้านการกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมายขึ้น โดยมีนายดนัย ตั้งเจิดจ้า นายกเทศมนตรีตำบลพิมาย พร้อมด้วยกลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมืองพิมาย ของกรมศิลปากร ร่วมประชุมกว่า 500 คน ในที่ประชุมได้จัดเวทีเสวนาแนวทางการคัดค้านการประกาศเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมาย

ซึ่งจากการเสวนา และตอบคำถาม ปรากฏว่ามีชาวบ้านหลายคน แสดงความวิตกกังวล กลัวว่า เมื่อทางกรมศิลปากรประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมาย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,627 ไร่ จะส่งผลกระทบทำให้ชาวบ้าน ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ไม่สามารถต่อเติม หรือสร้างถาวรวัตถุอื่นๆ ได้ ต้องไปขออนุญาตจากกรมศิลปากรเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและอาจจะไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างต่อเติม เนื่องจากที่ผ่านมาชาวบ้านพบว่า การประกาศเขตโบราณสถานหลายแห่ง เช่นที่จังหวัดสุโขทัย ทำให้ชาวบ้านต้องถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ เหลือไว้เพียงโบราณสถานเท่านั้น ดังนั้นชาวบ้านจึงต้องการให้กรมศิลปากรทบทวนการประกาศเขตโบราณสถานใหม่ โดยให้ประกาศเขตโบราณสถานเพียงในพื้นที่ตั้งของตัวปราสาทหินพิมาย และโบราณสถานอื่นๆ เช่น สระน้ำโบราณ บาราย และโบราณวัตถุที่เห็นชัดเจนเท่านั้น ไม่ให้ประกาศเหมารวมทั้งพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน

โดยในที่ประชุมได้พูดคุยกันนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงได้มีข้อสรุปว่า ผลกระทบจากการประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมายครั้งนี้ มีประชาชนผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบอยู่ทั้งหมดกว่า 1,600 คน ซึ่งจะทำการรวบรวมรายชื่อชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนนอกเหนือจาก 300 คนที่ยื่นคัดค้านกับศาลปกครองไปก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ในวันที่ 10 มีนาคม 2561 นี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยพร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน จะนำรายชื่อประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด ไปยื่นคัดค้านที่ศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมาเพื่อขอให้ศาลปกครองสั่งให้กรมศิลปากร ทบทวนประกาศดังกล่าว