18 ศพ ข่าวINN ทัวร์ทะเลจันทบุรี รถทัวร์มรณะ รถทัวร์เบรกแตก วังน้ำเขียว

ตร.เผย โชเฟอร์รถทัวร์ 18ศพ ประวัติต้องคดียานรก 5 ครั้ง

Home / ข่าวทั่วไป / ตร.เผย โชเฟอร์รถทัวร์ 18ศพ ประวัติต้องคดียานรก 5 ครั้ง
คืบรถทัวร์มรณะ 18 ศพ พบประวัติคนขับเคยต้องคดียาเสพติดมาแล้ว 5 ครั้ง ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาผู้ประกอบการเพิ่ม

วันนี้ (23 มี.ค.61) พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.ศาสตรา นันชนะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุดมทรัพย์, เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ 2 ชั้น พลิกคว่ำทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บอีก 32 คน พร้อมกับร่วมกันแถลงการจับกุมนายกฤษณะ จุฑาชื่น อายุ 44 ปี คนขับรถบัสคันดังกล่าว

โดยพล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ เผยว่า ภายหลังจากที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการตรวจสอบสภาพของรถยนต์ ปรากฏว่าสภาพเบรกไม่มีร่องรอยการไหลรั่วของน้ำมัน จึงยืนยันว่ารถไม่ได้เบรกแตก แต่อาจจะเกิดจากลมเบรกหมด เพราะทางลงเขามีระยะทางไกลประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งคนขับรถอาจจะไม่ชำนาญจึงไม่ได้ใช้เกียร์ต่ำ แต่กลับหันไปใช้ลมเบรกจนหมด

นอกจากนี้ ยังมีกรณีขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด เนื่องจากช่วงเกิดเหตุ จับจีพีเอสได้ว่ารถวิ่งเร็วประมาณ 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่บริเวณดังกล่าว กรมทางหลวงได้มีการติดป้ายกำหนดให้รถวิ่งใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากเป็นทางลงเขาและมีเส้นทางคดเคี้ยวมาก จึงเชื่อได้ว่าจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุใหญ่ในครั้งนี้

ส่วนนายกฤษณะ จุฑาชื่น อายุ 44 ปี คนขับรถบัสคันดังกล่าว ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุดมทรัพย์ จับกุมตัวได้เมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ (22 มี.ค. 61) ก็ได้นำตัวไปสอบปากคำเบื้องต้น และสารภาพว่าได้เสพยาบ้า โดยการตรวจปัสสาวะ ก็พบว่าเป็นสีม่วง นอกจากนี้จากการสอบประวัติอาชญากร พบว่าคนขับรถรายนี้ เคยต้องคดีเสพยาบ้ามาทั้งหมด 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2545 โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2556 ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ บริษัทกันเองทัวร์ จ.กาฬสินธุ์นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานและหลักฐาน เนื่องจากการตรวจสอบรถบัสคันนี้ เบื้องต้นพบว่าไม่ได้มีการนำรถยนต์มาตรวจสภาพรถนานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องมาตรวจสอบปีละ 2 ครั้ง รวมทั้งการปล่อยให้คนขับรถเสพสารเสพติดขณะขับรถก็จะต้องถูกแจ้งความดำเนินคดีด้วย