ตู้เซฟนิรภัย ยกเค้าบ้าน ลักทรัพย์

คนร้ายยกเค้าบ้านหรู 2 หลัง ยกตู้เซฟ เงินสดทองรูปพรรณกว่า 1 ล้านบาท

Home / ข่าวทั่วไป / คนร้ายยกเค้าบ้านหรู 2 หลัง ยกตู้เซฟ เงินสดทองรูปพรรณกว่า 1 ล้านบาท
คนร้ายลักทรัพย์ตู้เซฟนิรภัยพร้อมทรัพย์สินมีค่าหลายรายการ ที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านพฤกษาวิลเลจ

เมื่อเวลา 09.30น.วันที่ 15 เมษายน 2561 ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ องอาจ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลักทรัพย์ตู้เซฟนิรภัยพร้อมทรัพย์สินมีค่าหลายรายการ ที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านพฤกษาวิลเลจ บ้านเลขที่ 1212/137ซ.44 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภ.จว.ปทุมธานี ชุดสืบสวนสภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว2ชั้นปลูกบนเนื้อที่ประมาณ 75 ตร.ว.บริเวณหน้าบ้านพบนายเชาวลิตร อินกลัด อายุ 49ปี เจ้าของบ้านยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พร้อมพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูบริเวณประตูรั้วหน้าบ้านที่คนร้ายตัดสายยูคล้องกุญแจประตูรั้วจนขาดออกจากกัน ประตูลูกบิดหลังบ้านถูกทำลาย เหล็กดัดหลังบ้านถูกคนร้ายงัดจนได้รับความเสียหาย ก่อนที่คนร้ายจะขึ้นไปรื้อค้นบนห้องนอนชั้น 2

โดยคนร้ายได้เซฟนิรภัยสูงประมาณ 70ซ.ม.ยี่ห้อTAITO ฝาปิดสีส้ม ภายในบรรจุทรัพย์สินมีค่าเป็นพระเลี่ยมทองหลวงปู่มุ่ย หลวงพ่อพรหมรวมแล้วกว่า 30 องค์ พร้อมสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาทไป โดยที่พื้นคอนกรีตหน้าบ้านพบมีร่องรอยที่คนร้ายลากตู้นิรภัยเป็นทางยาวคาดว่าคนร้ายนำไปขึ้นรถยนต์

นายเชาวลิตร อินกลัด ผู้เสียหายให้การว่า ตนเองเป็นเจ้าของกิจการรับเหมาก่อสร้างและได้ออกบ้านไปตจว.กับครอบครัวตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2561 เวลาประมาณ 09.00น.กระทั่งคืนวันที่ 14 เมษายน 2561 เวลาประมาณ 22.00น.เพื่อนบ้านได้โทรไปแจ้งว่าประตูหน้าบ้านถูกเปิดออกตนเองจึงมั่นใจว่าเกิดเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ จึงชักชวนภรรยาและลูกที่ไปเยี่ยมญาติที่ตจว.ช่วงสงกรานต์กลับบ้านทันทีและเดินทางมาถึงบ้านก็พบว่าบ้านถูกคนร้ายทำรายประตูได้รับความเสียหายและขึ้นไปลักทรัพย์สินมีค่า คาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า2คนที่ลงมือก่อเหตุค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า2แสนบาท

ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ องอาจ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ประสานชุดสืบสวนร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดในหมู่บ้านและป้อมรปภ.ตรวจสอบรถยนต์ที่เข้าออกพร้อมสอบปากคำเจ้าของบ้านเจ้าหน้าที่รปภ.เวรยาม เพิ่มเติมเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายและให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินดคีทางกฎหมาย

อีกครั้งภายในหมู่บ้านเดียวกันบ้านเลขที่ 1212/138 ซึ่งอยู่ติดกันพบนายยศธนา วัฒนชีวิโนปกรณ์ หรือเฮียเหน่งอายุ39ปี และนางปาริชาติ วัฒนชีวิโนปกรณ์ อายุ 39ปี ภรรยาทั้งคู่เป็นเจ้าของธุรกิจร้านจำหน่ายอุปกรณ์ตกปลารายใหญ่ชื่อร้านปทุมทิพย์ภายในตลาดรังสิต พาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบบริเวณประตูข้างบ้าน ประตูหลังบ้านซึ่งเป็นกระจกที่ถูกคนร้ายงัดทำลายจนกระจกได้รับความเสียหาย เหล็กดัดได้รับความเสียหายก่อนที่คนร้ายจะเข้าไปรื้อค้นลิ้นชักภายในห้องนอนก่อนที่รื้อตู้ลิ้นชักก่อนลักทรัพย์เงินสดจำนวน 600,000 บาท ทองรูปพรรณแต่งงานและที่สะสมไว้20บาท พร้อมทำลายระบบกล้องวงจรปิดแล้วหลบหนีไป โดยไม่แตะต้องทรัพย์สินมีค่าอื่นแต่อย่างใด รวมมูลค่ากว่า1,000,000บาทแล้วหลบหนีไป

นายยศธนา วัฒนชีวิโนปกรณ์ หรือเฮียเหน่ง ผู้เสียหายให้การว่า ตนเองได้ออกจากบ้านไปตจว.เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560เวลาประมาณ08.00น.โดยล๊อคบ้านอย่างดีและติดตั้งกล้องวงจรปิดที่สามารถดูผ่านระบบมือถือได้กระทั่งกลับมาบ้านวันที่ 14 เมษายน2561 เวลาประมาณ 17.40น.ก็พบว่าคนร้ายได้งัดบ้านหลักทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากและได้แจ้งความไว้กับ ร.ต.อ.ศุภชัย ศรีสุระ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบเก็บลายนิ้วมือแฝงแล้วตั้งแต่วานนี้แต่ยังไม่ได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีทางกฏหมาย