อ่วมหลายจังหวัด! พายุฤดูร้อนถล่มภาคอีสาน ช่วงสงกรานต์

Home / ข่าวทั่วไป / อ่วมหลายจังหวัด! พายุฤดูร้อนถล่มภาคอีสาน ช่วงสงกรานต์
อ่วมหลายจังหวัด! พายุฤดูร้อนถล่มภาคอีสาน ช่วงสงกรานต์ พร้อมเตือนประชาชนทั่วไทย ยังคงต้องเตรียมรับมือกับพายุฤดูร้อน จนถึง 18 เม.ย.

จากที่ก่อนหน้านี้ทางกรมอุตุฯ ได้แจ้งเตือนประชาชนในภาคอีสาน ระวังผลกระทบจากพายุฤดูร้อนช่วงสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนที่ผ่านมา ล่าสุด ในช่วงดังกล่าว เกิดเหตุพายุฝนกระหน่ำสร้างความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ทางภาคอีสาน โดยในจังหวัดมหาสารคามโดนพายุถล่มอย่างหนัก แพร้านอาหาร บริเวณอ่างเก็บน้ำโคกเกราะ ถูกพายุพัดกระหน่ำเสียหายทั้งหมด มีผู้เสียชีวีตจากเหตุดังกล่าว 1 รายทราบชื่อคือนางยืน สาศิริ แม่ค้าขายอาหาร วัย 55 ปี ซึ่งมีแพทั้งหมด 65 หลัง ร้านอาหารอีก 19 ร้าน สภาพพังเสียหายยับเยิน

นอกจากนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังทำให้บ้านเรือนประชาชนในเขตอำเภอเมือง มหาสารคามเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน โดยยังมีรายงานอีกว่า ต.โพธิ์ชัย อ.วาปีปทุม เกิดเหตุฟ้าผ่า ทำให้กระบือตาย 1 ตัว สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดมหาสารคาม ได้ประสานทางทหารและตำรวจ ให้เข้าสำรวจความเสียหาย และได้ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากได้ตัวเลขความเสียหายแล้ว ส่วนท้องถิ่นจะได้เข้าไปให้ช่วยเหลือ เบื้องต้นได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

ส่วนในจังหวัดนครพนม ก็เกิดเหตุพายุพัดถล่มเช่นเดียวกัน ซึ่งเกิดที่บริเวณลานพนมนาคาถึงแลนด์มาร์คพญาศรีสัตตนาคราช ถนนสุนทรวิจิตร ริมแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม พายุฤดูร้อนและลมกระโชกรุนแรงพัดโครงเหล็ก และฉากเวทีประกวดออเจ้านครพนม ซุ้มอาหารอีสานที่จัดงานสงกรานต์และงานมหกรรมอาหารถิ่นอินโดจีนกลุ่มจังหวัดสนุก ปลิวว่อนล้มพังระเนระนาด เคราะห์ดีที่เหตุดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่ในหลายพื้นที่ภาคอีสานก็เกิดพายุฤดูร้อนมีฝนตก มีลมกระโชกแรง

ด้านกรมบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วง 13-15 เมษายนที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย นครราชสีมา สุรินทร์ และพิจิตร ส่วนบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 192 หลังคาเรือน ส่วนทางกรมอุตุฯ ได้ประกาศเตือนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก รวมทั้งกทม.-ปริมณฑล ยังคงต้องเตรียมรับมือกับพายุฤดูร้อน โดยจะมีฝนและลมกระโชกแรงไปจนถึงมีฟ้าผ่า และลูกเห็บตกในบางพื้นที่ยาวไปจนถึงวันที่ 18 เมษายนนี้ รวมทั้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่อันตรายต่าง ๆ เช่น พื้นที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และใต้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงผลกระทบกับผลผลิตทางการเกษตรด้วย