กรมอุตุนิยมวิทยา สภาพอากาศ อากาศร้อน โรคลมแดด

5 วิธีง่ายๆป้องกันการเป็น ‘โรคลมแดด’ ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด

Home / ข่าวทั่วไป / 5 วิธีง่ายๆป้องกันการเป็น ‘โรคลมแดด’ ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด
กระทรวงสาธารณสุข แนะวิธีป้องกันการเป็น ‘โรคลมแดด’ หลังกรมอุตุฯ เผย 20-23 เม.ย.นี้ อากาศจะร้อนขึ้นบางพื้นที่สูงถึง 41 องศาเซลเซียส

วันนี้ (20 เม.ย.) ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาเตือนว่าในช่วงระหว่างวันที่ 20-23 เม.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที โดยในภาคเหนือ อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส / ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส / ภาคกลาง อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส / ภาคตะวันออก อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 31-35 องศาเซลเซียส และสำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเตือนถึงสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ซึ่งเสี่ยงเป็น ‘โรคลมแดด’ หรือ Heat Stroke โดยเกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส อาการสำคัญ จะไม่มีเหงื่อ ชีพจรเต็นเร็ว ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ หายใจเร็ว กระสับกระส่าย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เพ้อหรือหมดสติ

แนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อพบผู้ประสบเหตุ ให้นำผู้มีอาการเข้าที่ร่ม นอนหงาย ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง คลายเสื้อออก ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆ เทน้ำเย็นราดลงบนตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลง และรีบนำส่งโรงพยาบาล

สำหรับการป้องกันหากไม่อยากเป็นโรคลมแดด มี 5 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1.หลีกเลี่ยงสถานที่มีแดดจัด
2.สวมเสื้อผ้าสีสว่าง โปร่ง ระบายอากาศได้ดี
3.ควรดื่มน้ำชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำ
4.งดดื่มสุรา และกาแฟ ในช่วงอากาศร้อน
5.งดทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงแดดจัดๆ

กรณีผู่ป่วยหมดสติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือโทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669