พายุพัดถล่มอยุธยา เสาไฟฟ้าล้มกว่า 30 ต้น – ต้นไม้ล้มทับรถเสียหาย

Home / ข่าวทั่วไป / พายุพัดถล่มอยุธยา เสาไฟฟ้าล้มกว่า 30 ต้น – ต้นไม้ล้มทับรถเสียหาย
พายุพัดถล่มอยุธยา เสาไฟฟ้าล้มกว่า 30 ต้น – ต้นไม้ล้มทับรถเสียหาย ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเร่งแก้ไขระบบไฟฟ้าและจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนภายในค่ำนี้

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 20 เม.ย. ผู้สื่อข่าวเกิดพายุโซนร้อนพัดถล่มในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งผลทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ร่องกลางถนนสายเอเซียล้มทับรถยนต์เบนซ์ สีบอรนหมายเลขทะเบียน 7กข- 356 กทม สภาพกระจกหน้าแตก หลังคาพังยับ และรถยนต์กระบะ นิสสัน สีดำ หมายเลขทะเบียน ถง- 5087 กทม. สภาพกระจกหน้าแตก ที่วิ่งอยู่บนถนนสายเอเซียขาขึ้นช่วงหลักกิโลเมตรที่ 25 ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ขับขี่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

นายประพัฒน์ สุนันตา อายุ 22 ปี คนขับรถยนต์ กล่าวว่า เดินทางมาจากกรุงเทพเพื่อกลับบ้านพักที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อมาถึง จ.พระนครศรีอยุธยา มีฝนตกและลมกรรโชกแรงเห็นต้นไม้โยกไปมากำลังจะล้มจึงรีบขับเพื่อให้ผ่านแต่ไม่ทันต้นไม้ล้มทับที่รถ โชคดีที่ขับผ่านมาไม่ถูกทับคาไว้จึงไม่ได้รับบาดเจ็บมาก

นอกจากนี้ยังพบว่าในช่องทางคู่ขนานขาเข้ากรุงเทพ เสาไฟฟ้าแรงสูงถูกลมพายุพัดจนทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูง และเสาไฟฟ้าแรงต่ำล้ม 30 ต้น ล้มระเนระนาดกีดขวางบนถนน ส่งผลทำให้กระแสไฟฟ้า ในพื้นที่อ.พระนครศรีอยุธยา อ.นครหลวง ดับ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งสำรวจความเสียหาย ดำเนินการซ่อมแซมจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราว เนื่องจากมีโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช และบ้านเรือนจำนวนมาก

ต้นไม้ล้มขวางถนนและเสาไฟฟ้าล้มจำนวนหลายต้นส่งผลทำให้การจราจรติดขัดทั้งในเส้นทางขาขึ้นและขาเข้ากรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรย์ต้องเร่งตัดต้นไม้ และเคลื่อนย้ายออก

ด้าน นาย กัมพล ดำเนินศิลป์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการสำรวจของทีมเจ้าหน้าที่ พบว่าเสาระบบ 115 เควี ล้ม14 ต้นและเสาระบบ22 เควี 21 ต้น รวมทั้งหมด 35 ต้น คงเหลือผู้ใช้ไฟระบบ 22 เควี ไฟยังดับอยู่บางส่วน อยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนหม้อแปลงที่ได้รับผลกระทบไฟยังดับอยู่บางส่วน และจะเร่งแก้ไขระบบไฟฟ้าและจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนประชาชนให้เสร็จภายในค่ำนี้ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากมีลมพายุหมุนและเกิดฝนตกอย่างแรงจนทำให้เสาไฟฟ้าล้มและค่าเสียหายยังอยู่ระหว่างประเมิณ