ปลูกถ่ายหัวใจ ผู้ป่วย ศิริราช

สุดยอด! ศิริราชปลูกถ่ายหัวใจ ตับ ไต ในผู้ป่วยรายเดียวสำเร็จ

Home / ข่าวทั่วไป / สุดยอด! ศิริราชปลูกถ่ายหัวใจ ตับ ไต ในผู้ป่วยรายเดียวสำเร็จ
คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถปลูกถ่าย 3 อวัยวะ หัวใจ ตับ ไต ในผู้ป่วยรายเดียวสำเร็จ ครั้งแรกในเอเชีย ใช้เวลาผ่าตัดกว่า 12 ชั่วโมง พักฟื้นเพียง 83 วัน

ศาตราจารย์ด็อกเตอร์นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การปลูกถ่ายอวัยวะของคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีขึ้นครั้งแรกในปี 2516 ซึ่งส่วนใหญ่จะทำทีละ 1 อวัยวะ ส่วนการปลูกถ่ายมากกว่า 1 อวัยวะ มีการทำมานานแล้วในต่างประเทศ แต่เกือบทั้งหมดเป็นการผ่าตัดปลูกถ่าย 2 อวัยวะเท่านั้น

การผ่าตัด 3 อวัยวะในคนเดียวครั้งนี้ จึงถือเป็นความสำเร็จ ของคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รายแรกที่ทำสำเร็จในภูมิภาคเอเชีย

ด้าน แพทย์หญิงศรีสกุล จิรกาญจนากร อายุรแพทย์โรคหัวใจและปลูกถ่ายหัวใจ ระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะชายรายนี้ อายุ 26 ปี เริ่มเป็นโรคไตตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก่อนจะเป็นโรคไตวายระยะสุดท้าย อาการแย่ลง มีน้ำคั่งในช่องท้อง แพทย์ตรวจพบว่า ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจล้มเหลว และภาวะตับแข็ง แพทย์จึงประชุมพิจารณาผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะหัวใจ-ตับ-ไต เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560

ขณะที่รองศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์นายแพทย์ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร รองผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายตับและหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอวัยวะ เปิดเผยขั้นตอนการผ่าตัดว่า ผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายหัวใจ และไต จากผู้บริจาครายเดียวกันที่มีภาวะสมองตาย ซึ่งการผ่าตัดใช้เวลานานถึง 12 ชั่วโมง 5 นาที เริ่มจากการปลูกถ่ายหัวใจ ตับ และไตตามลำดับ โดยต้องทำในเวลาที่รวดเร็วที่สุด การวางแผนผ่าตัดล่วงหน้าจึงต้องทำอย่างรอบคอบ

หลังผ่าตัด วันแรกอวัยวะที่ปลูกถ่ายทำงานได้ดี มีเพียงไตที่ยังทำงานได้ไม่ดี แต่ระหว่างการพักฟื้นก็ทำงานได้ดีขึ้น ปัสสาวะออกได้เป็นปกติ ผลเลือดแสดงค่าการทำงานของไตเป็นปกติ ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ใช้เวลาในการผ่าตัด และพักฟื้น ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2560 จนถึงวันที่ 23 ก.พ. 2561 รวมทั้งหมด 83 วัน

ด้านนาย นายรชานนท์ รุ่งสว่าง ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่าย 3 อวัยวะ บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ก่อนการได้รับการปลูกถ่ายตนใช้ชีวิตลำบากจากอาการเจ็บป่วย แต่เมื่อได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ การใช้ชีวิตง่ายขึ้นเหมือนคนปกติทั่วไป จากนี้เมื่อหายดีมีความคิดที่จะบวช เพื่อเป็นการขอบคุณผู้ที่บริจาคอวัยวะนี้ให้ตน