กทม. ตู้น้ำ ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ

กรุงเทพมหานคร ชี้แจง กรณีตู้น้ำหยอดเหรียญไม่ได้มาตรฐานใน กทม.

Home / ข่าวทั่วไป / กรุงเทพมหานคร ชี้แจง กรณีตู้น้ำหยอดเหรียญไม่ได้มาตรฐานใน กทม.
กรุงเทพมหานคร ชี้แจง กรณีตู้น้ำหยอดเหรียญไม่ได้มาตรฐานใน กทม. ชี้ ลงพื้นที่ตรวจสอบหลายพื้นที่เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา

วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร และนายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ชี้แจงประเด็นตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ไม่ได้มาตรฐานใน กทม. ตามที่ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) เรียกร้องให้ กทม. เร่งแก้ไขปัญหาตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญไม่ได้มาตรฐาน มีประเด็นดังนี้

นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร

1. ผลการสำรวจตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญใน กทม. ทั้ง 50 เขต เมื่อปี 2560 พบว่ามีตู้น้ำดื่มที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ กว่าร้อยละ 90 ซึ่งเป็นปัญหาเดิมที่ตรวจพบตั้งแต่ปี 2558 และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ยังคงไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา

2. ขอให้ผู้บริหาร กทม.สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต บังคับใช้ทางกฎหมายให้ผู้ประกอบการต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ เพราะเป็นการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

3. สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ต้องติดตามและตรวจสอบตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ติดตั้งแล้วใน กทม. ว่าได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการหรือไม่ ถ้าตรวจพบว่าตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญนั้นยังไม่ได้รับใบอนุญาตฯ ให้เรียกมาดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อสืบหาเจ้าของตู้ได้ หรือไม่มีผู้ใดแสดงความเป็นเจ้าของ ให้ดำเนินการรื้อถอนตู้ดังกล่าวทันที

4. สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ต้องทำสติกเกอร์วันเดือนปีที่เปลี่ยนไส้กรอง และวันเดือนปีที่ตรวจคุณภาพน้ำ และให้ผู้ประกอบกิจการลงบันทึกทุกครั้งที่หน้าตู้ ให้ผู้บริโภคเห็นได้ชัดเจน

5.ขอให้สนับสนุนเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร มีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเฝ้าระวังตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ

สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ขอเรียนข้อเท็จจริง ดังนี้

1. ผลการสำรวจตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญใน กทม. ทั้ง 50 เขต เมื่อปี 2560 พบว่ามีตู้น้ำดื่มที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ กว่าร้อยละ 90 ซึ่งเป็นปัญหาเดิมที่ตรวจพบตั้งแต่ปี 2558 และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ยังคงไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา

จากผลการสำรวจจำนวนตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ พบว่าปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯ มีตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญจำนวน 3,964 ตู้ แต่มีใบอนุญาตเพียง 160 ตู้ ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ได้ติดตามตรวจสอบตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอย่างต่อเนื่อง โดยให้สำนักงานเขตเฝ้าระวังคุณภาพน้ำทุก 3 เดือน ด้วยชุดทดสอบน้ำบริโภคอย่างง่าย

นอกจากนี้ สำนักงานเขตได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการกรณีการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องมีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง และสำนักงานเขตได้ออกหนังสือเรียกให้ผู้ประกอบการมาดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง แต่ผู้ประกอบการไม่มาขออนุญาตเนื่องจากค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการตู้หยอดเหรียญมีอัตราที่สูง

2. ขอให้ผู้บริหาร กทม.สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต บังคับใช้ทางกฎหมายให้ผู้ประกอบการต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ เพราะเป็นการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

กรุงเทพมหานครได้สั่งการให้สำนักงานเขตบังคับใช้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพื่อดูแลและคุ้มครองในเรื่องการประกอบกิจการตู้น้ำดื่มอัตโนมัติ หากฝ่าฝืนไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ซึ่งกรุงเทพมหานครจะบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง

ขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างยกร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 และกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต หนังสือรับรองการแจ้งและการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย พ.ศ. 2559

ซึ่งขณะนี้ข้อบัญญัติ กทม.เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. …. ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกลุ่มภารกิจด้านคุณภาพชีวิตและงบประมาณแล้ว อยู่ระหว่างการนำเข้าการพิจารณาของสภากรุงเทพมหานคร เพื่อประกาศให้กิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญเป็นกิจการเฉพาะแยกจากการผลิตน้ำกลั่น น้ำบริโภค

โดยเมื่อประกาศใช้จะทำให้การดูแลเรื่องนี้เป็นไปอย่างทั่วถึงมากขึ้น ในส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ อยู่ระหว่างการยกร่างข้อบัญญัติ กทม. เพื่อให้ค่าธรรมเนียมลดลงเหลือประมาณตู้ละ 500 บาท/ปี จากเดิมตู้ละ 2,000 บาท/ปี ซึ่งเมื่อประกาศใช้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมาขอใบอนุญาตให้ถูกต้องมากขึ้น

3. สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ต้องติดตามและตรวจสอบตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ติดตั้งแล้วใน กทม.ว่าได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการหรือไม่ ถ้าตรวจพบว่าตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญนั้นยังไม่ได้รับใบอนุญาตฯ ให้เรียกมาดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อสืบหาเจ้าของตู้ได้ หรือไม่มีผู้ใดแสดงความเป็นเจ้าของ ให้ดำเนินการรื้อถอนตู้ดังกล่าวทันที

สำหรับตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่มีเจ้าของแต่ยังไม่มีใบอนุญาต สำนักงานเขตจะแจ้งให้หยุดดำเนินการทันที และออกหนังสือเรียกให้ผู้ประกอบการมาดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง ในส่วนของตู้น้ำหยอดเหรียญที่ติดตั้งในที่สาธารณะและไม่สามารถติดต่อสืบหาเจ้าของได้ กทม.จะดำเนินการติดป้ายประกาศที่ตู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 15 วัน ซึ่งหากไม่ดำเนินการ กทม. จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ในระหว่างที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ให้ดำเนินการตรวจสอบสุขลักษณะและคุณภาพน้ำดื่มด้วยชุดทดสอบน้ำบริโภคอย่างง่าย (อ 11) อย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ หากพบไม่ถูกสุขลักษณะจะแจ้งเจ้าของหรือผู้ครอบครองดูแลแก้ไขให้ถูกต้อง หากพบไม่มีการแก้ไข หรือยังพบว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อโรคที่ใช้เป็นดัชนีชี้การสุขาภิบาลอาหาร และน้ำที่ไม่สะอาด ไม่ถูกสุขลักษณะ จะติดป้ายห้ามใช้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูกต้อง

4. สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ต้องทำสติกเกอร์วันเดือนปีที่เปลี่ยนไส้กรอง และวันเดือนปีที่ตรวจคุณภาพน้ำ และให้ผู้ประกอบกิจการลงบันทึกทุกครั้งที่หน้าตู้ ให้ผู้บริโภคเห็นได้ชัดเจน

กทม.ได้สั่งการให้สำนักอนามัย กทม.จัดทำสติกเกอร์ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญสะอาดและปลอดภัย เพื่อให้ 50 เขต นำไปติดหน้าตู้น้ำดื่มที่ได้มีการตรวจสอบและขออนุญาตถูกต้อง เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นได้อย่างชัดเจน โดยสติกเกอร์จะระบุเลขที่ใบอนุญาต วันอนุญาต วันหมดอายุ

รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการทุก ๆ 3 เดือน หากพบว่าตู้น้ำดื่มใดไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน สำนักอนามัยจะแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการเพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพของตู้น้ำดื่มให้ถูกต้อง และหากพบว่ายังฝ่าฝืนจะให้หยุดดำเนินการทันที

ในส่วนของสติกเกอร์วันเดือนปีที่เปลี่ยนไส้กรองและวันเดือนปีที่ตรวจคุณภาพน้ำ บริษัทผู้ประกอบการตู้น้ำดื่มได้จัดทำและมีการตรวจสอบตามระยะที่กำหนด ซึ่งมีการจดบันทึกไว้ในตู้น้ำดื่มอยู่แล้ว  อย่างไรก็ตาม กทม.จะกำชับให้เจ้าของหรือผู้ดูแลจัดทำสติกเกอร์บันทึกวัน เดือน ปีที่เปลี่ยนไส้กรอง และตรวจคุณภาพน้ำ เพื่อแจ้งให้ผู้บริโภคทราบ โดยให้มีการติดในจุดที่ประชาชนสามารถเห็นได้ชัดเจนขึ้น

5.ขอให้สนับสนุนเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร มีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเฝ้าระวังตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ

กรุงเทพมหานครยินดีให้เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร เข้ามามีส่วนร่วมเฝ้าระวังตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ และเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์การดำเนินการเรื่องตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยปัจจุบัน กทม.ได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคลงพื้นที่ตรวจสอบและแก้ปัญหาเรื่องตู้น้ำหยอดเหรียญในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ อยู่แล้ว อาทิ เขตหนองแขม เขตปทุมวัน เขตจตุจักร เขตยานนาวา เขตธนบุรี เป็นต้น